
EXIM Bank แนะปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เพิ่มบทบาท SME-กระจายตลาด
18 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
EXIM Bank เร่งปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เน้นแก้ 3 โจทย์ใหญ่ ด้วยการเพิ่มบทบาท SME และกระจายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่ลดการพึ่งพาตลาดเดิม
-
ออกโครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท กู้ได้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย เพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อยอดธุรกิจ SME ไทย
-
นอกจากเงินทุน ยังให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ ช่วยปรับโมเดลธุรกิจ บริหารต้นทุน กระจายความเสี่ยง และเพิ่มศักยภาพ SME ไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลกอย่างยั่งยืน
EXIM Bank ชี้ถึงเวลาปรับสมดุลภาคส่งออกไทย เร่งแก้ 3 โจทย์ใหญ่ มุ่งเพิ่มบทบาท SME และกระจายตลาด พร้อมหนุนสินเชื่อต้นทุนต่ำดอกเบี้ยเพียง 1% ต่อปี วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย ร่วมกับ สสว. และ SME D Bank เสริมสภาพคล่อง พัฒนาธุรกิจ ให้คำปรึกษาปรับกลยุทธ์ เพิ่มศักยภาพ SMEs สู่เวทีโลก ให้พร้อมแข่งขันและเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่
EXIM Bank ชี้ 3 โจทย์ใหญ่ ปรับสมดุลภาคส่งออกไทย
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับสมดุลภาคการส่งออกของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึง 3 โจทย์ใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญคือการ เพิ่มบทบาทของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในเวทีการส่งออก รวมถึงการกระจายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่ ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม
ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนและมีการแข่งขันสูง EXIM Bank จึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการไทยอย่างเต็มที่ ทั้งมาตรการทางการเงินและบริการให้คำปรึกษา เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุน ปรับโมเดลธุรกิจให้ทันสมัย และกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่ม SME ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ EXIM Bank ได้ผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) เพื่อเปิดตัวโครงการสินเชื่อต้นทุนต่ำ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันโดยเฉพาะ โครงการนี้มีวงเงินรวมสูงถึง 1,200 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการสามารถขอสินเชื่อได้สูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อราย พร้อมอัตราดอกเบี้ยที่น่าสนใจเพียง 1% ต่อปี เท่านั้น ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับ SME ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ
นอกจากการสนับสนุนด้านการเงินแล้ว EXIM Bank ยังให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME เพื่อช่วยในการปรับกลยุทธ์การบริหารต้นทุน พัฒนาโมเดลธุรกิจให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน และที่สำคัญคือการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ SME สามารถวางแผนและปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม
ก้าวสู่ยุคใหม่ของการส่งออกไทย นำโดย SME ไทย
การที่ EXIM Bank มุ่งเน้นการเพิ่มบทบาทของ SME และการกระจายตลาด ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาคการส่งออกของไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ต้องการความยืดหยุ่น ความหลากหลาย และนวัตกรรม ผู้ประกอบการ SME จึงควรคว้าโอกาสจากมาตรการและบริการสนับสนุนเหล่านี้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของตนเอง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันภาคการส่งออกของไทยให้แข็งแกร่งและเติบโตอย่างสมดุลในเวทีโลกต่อไป






