SME D Bank ร่วมกับ Deloitte Thailand  คิกออฟโครงการ "Acceleration Program – Road to LiVE 2025"

SME D Bank ร่วมกับ Deloitte Thailand คิกออฟโครงการ "Acceleration Program – Road to LiVE 2025"

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกกันว่า SME D Bank ได้เปิดเผยถึงพันธกิจที่สำคัญของธนาคาร ซึ่งมุ่งเน้นที่จะเป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเอสเอ็มอีให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยธนาคารมีเป้าหมายในการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่มีศักยภาพให้ได้รับการยกระดับและสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในพันธกิจที่สำคัญที่สุดของธนาคารคือการช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หรือ ตลาดหลักทรัพย์ LiVE Exchange (LiVEx) ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจจนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความเข้มแข็งในอนาคต โดยการพัฒนานี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและผลักดันระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว SME D Bank ได้ร่วมมือกับ บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด (Deloitte Thailand) ซึ่งเป็นบริษัทตรวจสอบบัญชีชั้นนำ โดยได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในการเปิดตัวโครงการ "Acceleration Program – Road to LiVE 2025" ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกระดมทุนในตลาดทุน รวมถึงการสร้างมาตรฐานระดับสากลเพื่อให้สามารถเข้าสู่ตลาดทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

โครงการ Acceleration Program – Road to LiVE 2025

สำหรับโครงการ Acceleration Program – Road to LiVE 2025 นี้ มีการคัดเลือกกิจการที่มีศักยภาพเข้ารับการบ่มเพาะพัฒนาธุรกิจในรอบสุดท้ายจำนวน 24 กิจการ โดยมีกำหนดการพัฒนาเชิงลึก 4 รูปแบบ ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2568 กิจกรรมที่จัดขึ้นในโครงการนี้ประกอบด้วย

  • การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ
  • การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ (Coaching) ที่จะช่วยให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับธุรกิจของแต่ละราย
  • การสร้างเครือข่ายต่อยอดธุรกิจ (Networking) ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ประกอบการคนอื่น ๆ และ
  • การจำลองการนำเสนอต่อนักลงทุนตัวจริง (Pitching) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้ฝึกฝนการนำเสนอธุรกิจของตนเองอย่างมืออาชีพ พร้อมทั้งยังมีการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจต่อไป

ทั้งนี้ ธนาคารได้ดำเนินโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2568 โดยในปี 2566 มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ผ่านการอบรมแล้วจำนวน 22 กิจการ ในปี 2567 จำนวน 21 กิจการ และล่าสุดในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมอบรมเพิ่มอีกจำนวน 24 กิจการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจและความต้องการในการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในประเทศไทย

นายพิชิต ยังได้กล่าวเสริมว่า โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดทุนของธนาคาร โดยผ่านกระบวนการร่วมลงทุน ด้วยกองทุนย่อยที่ 1 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม รวมถึงเอสเอ็มอีในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป และกองทุนย่อยที่ 2 ที่มุ่งเน้นไปที่เอสเอ็มอีขนาดกลางที่มีศักยภาพในการเติบโต

โครงการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดทุนของธนาคาร โดยผ่านกระบวนการร่วมลงทุน ด้วยกองทุนย่อยที่ 1 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรม รวมถึงเอสเอ็มอีในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป และกองทุนย่อยที่ 2 ที่มุ่งเน้นไปที่เอสเอ็มอีขนาดกลางที่มีศักยภาพในการเติบโต  - นายพิชิต ยังได้กล่าวเสริมว่า

การสนับสุนด้านการเงิน

ในส่วนของการร่วมลงทุนกับกิจการต่าง ๆ นั้น SME D Bank ได้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยนับถึงเดือนมิถุนายน 2568 ธนาคารได้มีการลงทุนในกิจการต่าง ๆ ที่มีศักยภาพและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว และเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการพัฒนาธุรกิจของตนเองให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

โดยรวมแล้ว ธนาคารได้ลงทุนในกิจการจำนวน 51 กิจการ วงเงินรวมมากกว่า 1,700 ล้านบาท และสามารถช่วยผลักดันเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สำเร็จไปแล้ว 6 กิจการ แบ่งเป็น SET จำนวน 1 กิจการ mai จำนวน 3 กิจการ และ LiVEx จำนวน 2 ราย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจคนโสด: เทรนด์มาแรงและโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจไทย

เศรษฐกิจคนโสด: เทรนด์มาแรงและโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจไทย

28 พฤษภาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เศรษฐกิจคนโสดกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดย 41% ของคนเมืองเป็นคนโสดที่มีกำลังซื้อสูงและพฤติกรรมการใช้จ่ายแตกต่าง เปิดโอกาสทองให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่มนี้

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ปี 2568: เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน และฟื้นความเชื่อมั่นประเทศ

25 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 29 กันยายน 2568 มุ่งแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ หนี้ประชาชน ความเหลื่อมล้ำ และความมั่นคง พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยี พลังงานสีเขียว และการค้าระหว่างประเทศ

AIS และ True ยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแกร่ง ไม่กระทบเหตุเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง

AIS และ True ยืนยันโครงข่ายอินเทอร์เน็ตแกร่ง ไม่กระทบเหตุเคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง

23 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

AIS และ True Corporation สร้างความมั่นใจว่าบริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เคเบิลใต้น้ำในตะวันออกกลาง ด้วยโครงข่ายที่แข็งแกร่งและเส้นทางสำรองที่เพียงพอ

วางแผนสต๊อก–คุมต้นทุน–เสริมธุรกิจไม่เกี่ยวกับน้ำมัน 5 กลยุทธ์สำคัญที่ปั๊มน้ำมันรายย่อยต้องทำทันทีในวิกฤตราคาน้ำมัน

วางแผนสต๊อก–คุมต้นทุน–เสริมธุรกิจไม่เกี่ยวกับน้ำมัน 5 กลยุทธ์สำคัญที่ปั๊มน้ำมันรายย่อยต้องทำทันทีในวิกฤตราคาน้ำมัน

10 มีนาคม 2569

กองบรรณาธิการ

ยุคน้ำมันแพงจากความตึงเครียดในต่างประเทศกำลังกดดันต้นทุนของปั๊มน้ำมันรายย่อยโดยตรง บทความนี้ชวนผู้ประกอบการมองวิกฤตให้รอบด้าน แล้ววาง 5 กลยุทธ์สำคัญทั้งการวางแผนสต๊อก คุมต้นทุน และเสริมรายได้จากธุรกิจ Non-oil เพื่อปรับโมเดลจาก “ขายแต่น้ำมัน” ไปสู่ธุรกิจที่ยืดหยุ่นและอยู่รอดได้ในระยะยาว

ปูนซิเมนต์ไทยประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

ปูนซิเมนต์ไทยประกาศปิดโรงงานปิโตรเคมีในเวียดนามชั่วคราวจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง

6 พฤษภาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) หยุดโรงงานปิโตรเคมี LSP ในเวียดนามชั่วคราวจากวิกฤตตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนบริษัทและผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องเผชิญราคาวัตถุดิบสูงขึ้นและความล่าช้าในการจัดส่ง