
ทีทีบี ชี้ไทยต้องหา 'หัวรถจักรใหม่' แก้โครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมยกบทบาท SME
23 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
เศรษฐกิจไทยถูกเปรียบเป็น “รถรางเก่า” ขาดแรงขับ ต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างและสร้าง “หัวรถจักรใหม่” เพื่อการเติบโตระยะยาว
-
กลุ่ม SME เผชิญ “วิกฤตแซนด์วิช” แข่งขันหนัก หนี้เสียพุ่ง 8–9% และอัตราอยู่รอดเหลือเพียงราว 20% สะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานราก
-
แนวคิด “Reinvent Thailand” และการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ถูกเสนอเป็นโอกาสให้ SME “หากินข้างราง” เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่มูลค่า และช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ทีทีบี (TTB) ชี้เศรษฐกิจไทยเปรียบเสมือน "รถรางเก่า" ที่ขาดแรงขับเคลื่อน จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างและสร้าง "หัวรถจักรใหม่" เพื่อนำพาประเทศไปสู่การเติบโตระยะยาว โดยเน้นย้ำถึงความเปราะบางของกลุ่ม SME ที่กำลังเผชิญ "วิกฤตแซนด์วิช" จากการแข่งขันในและต่างประเทศ ส่งผลให้หนี้เสียพุ่งสูงถึง 8-9% และมีอัตราการอยู่รอดต่ำเพียง 20% การสร้างอุตสาหกรรมใหม่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ SME จะสามารถ "หากินข้างราง" และเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต (ทีทีบี) ได้ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันว่ามีลักษณะคล้ายกับ "รถรางเก่า" ที่ขาดพลังในการขับเคลื่อน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า รวมถึงปัจจัยภายในประเทศที่ยังคงมีความผันผวน ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การมองเกมระยะยาว หรือ "Long Game" ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ และการเร่งสร้างอุตสาหกรรมใหม่เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน
จากมุมมองของ ทีทีบี ได้เสนอแนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อเป็นกรอบการปฏิรูปครั้งสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้าง "หัวรถจักรใหม่" ให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งปัจจุบันกำลังเผชิญกับ "วิกฤตแซนด์วิช" จากการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากผู้เล่นภายในและภายนอกประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ตัวเลข หนี้เสีย (NPLs) ของ SME พุ่งสูงถึง 8-9% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการรายย่อย อีกทั้ง SME ไทยยังมีอัตราการอยู่รอดที่ต่ำเพียง 20% เท่านั้น
การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและการสร้าง "หัวรถจักรใหม่" ที่แข็งแกร่ง จึงไม่ใช่แค่การกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ยังหมายถึงการสร้างโอกาสและช่วยพยุง SME ให้สามารถก้าวผ่านความท้าทายนี้ไปได้ การส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ๆ จะเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ SME สามารถ "หากินข้างราง" หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต โดยอาจอยู่ในรูปแบบของการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ให้บริการ หรือแม้แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่เหล่านี้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน
ดังนั้น แนวคิดนี้จึงเป็นสัญญาณสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการ SME และภาคธุรกิจไทยต้องปรับตัวและมองหาโอกาสใหม่ๆ จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น การสนับสนุนจากภาครัฐและภาคการเงินในการเข้าถึงแหล่งทุน ความรู้ และเทคโนโลยีที่จำเป็น จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ SME สามารถใช้ประโยชน์จาก "หัวรถจักรใหม่" นี้ได้อย่างเต็มที่ และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว






