ใช้อีเมลอย่างไรให้ปลอดภัย?

ใช้อีเมลอย่างไรให้ปลอดภัย?

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ในโลกออนไลน์อีเมลเหมือนเป็นเลขบัตรประชาชน เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงตัวตนของเราระหว่างโลกความเป็นจริงและโลกออนไลน์หรือโลกดิจิทัล อีเมลนอกจากจะเป็นเครื่องมือสำหรับการสื่อสารระหว่างกัน อีเมลถูกนำไปเพื่อกุญแจหลักในการเชื่อมโยงการมใช้บริการในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้เพื่อสมัครเป็น Apple ID สำหรับสมัครใช้บริหารโทรศัพท์ Apple iPhone หรือการสมัครเพื่อใช้บริการของ Google Play จากค่าย Android ของ Google ที่เป็นระบบปฏิบัติงานมือถือ Samsung หรือ OPPO รวมทั้งการสมัครการใช้บริการออนไลน์ประเภทต่าง ๆ  รวมทั้งการสมัครการใช้งาน Online banking ของธนาคาร 

 

หลายองค์กรในปัจจุบันใช้อีเมลเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเก็บข้อมูลการใช้งานของเรา แม้แต่เจ้าของผู้ให้บริการอีเมลเจ้าใหญ่อย่างงอีเมล ก็อาจใช้ข้อมูลจากอีเมลที่มีการส่งหรือรับ เพื่อประโยชน์ทางการค้าและการแสดงผลโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ สำหรับมิจฉาชีพก็ใช้อีเมลสำหรับการเก็บข้อมูลบุคคลของเรา เพื่อใช้ในการหลอกลวงให้เราตกเป็นเป้าหมายและสูญเสียทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนตัว นอกจากนี้มิจฉาชีพ หรือ นักหลอกลวงออนไลน์ (Scammer)  จะส่งอีเมลรูปแบบต่าง ๆ เพื่อหลอกเอาเงินจากเรา เช่น ฟิชชิง (Phishing): การปลอมแปลงเป็นธนาคารหรือหน่วยงานทางการ ส่งอีเมลหรือข้อความที่มีลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวเช่นรหัสการใช้บริการธนาคารออนไลน์ 

 

เพื่อป้องกันอีเมลให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ รวมทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์มิจฉาชีพ หรือการป้องกันการติดตามการใช้งานออนไลน์ (Online tracking) หรือการโจรกรรมอีเมลของเรา สามารถทำได้หลายระดับดังนี้

 

ระดับเบื้องต้น

สร้างรหัสผ่านที่แข็งแรง (Strong Passwords)

ใช้รหัสผ่านที่ยาว 12 ตัวอักษรขึ้นไป และประกอบด้วย ตัวพิมพ์ใหญ่, ตัวพิมพ์เล็ก, ตัวเลข และอักขระพิเศษ ห้ามใช้รหัสผ่านเดิมซ้ำกับบัญชีอื่น ๆ และ ใช้ Password Manager เพื่อช่วยจำรหัสผ่านที่ซับซ้อน เช่น Apple Password

เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA)

การเปิดใช้งาน การยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication - 2FA) เป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีของคุณ โดยต้องใช้วิธีการยืนยันตัวตนเพิ่มเติมนอกเหนือจากรหัสผ่าน เช่น รหัส OTP ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ อีเมล หรือการยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน โดยทั่วไปสามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการตั้งค่าความปลอดภัยของแต่ละแพลตฟอร์ม

วิธีเปิดใช้งาน 2FA ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ

Google (Gmail, YouTube, Google Drive ฯลฯ)
- ไปที่ Google Account
- ไปที่ Security (ความปลอดภัย)
- เลือก 2-Step Verification และทำตามขั้นตอน

Facebook
- ไปที่ Settings & Privacy (การตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว) > Settings (การตั้งค่า)
- เลือก Security and Login (ความปลอดภัยและการเข้าสู่ระบบ)
- เปิด Two-Factor Authentication

Instagram
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Security (ความปลอดภัย)
- เลือก Two-Factor Authentication และเปิดใช้งาน

LINE
-ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > Account (บัญชี)
- เปิดใช้งาน Login Verification (การยืนยันการเข้าสู่ระบบ)

Apple ID
- ไปที่ Settings (การตั้งค่า) > [ชื่อของคุณ] > Password & Security (รหัสผ่านและความปลอดภัย)
- เปิด Two-Factor Authentication
- บัญชีอื่น ๆ เช่น Microsoft, Twitter, PayPal, Binance ฯลฯ มีวิธีคล้ายกัน โดยสามารถเปิดใช้งานได้ในส่วน Security Settings

วิธีการรับรหัส 2FA
- ผ่าน SMS (รหัส OTP)
- ผ่าน แอปยืนยันตัวตน เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator
- ผ่าน กุญแจความปลอดภัย (Security Key) เช่น YubiKey

เปิดการงาน Passkey เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้แทนรหัสผ่าน

เพื่อให้การล็อกอินปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น โดยใช้การยืนยันตัวตนด้วย ไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า) หรือ PIN แทนการพิมพ์รหัสผ่าน ซึ่งระบบสามารถติดตั้งผ่านการใช้มือถือหรือคอมพิวเตอร์ที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือ หรือ สแกนใบหน้า

Passkey
 

สำหรับผู้ทีต้องความปลอดภัยระดับสูง

สำหรับท่านที่ต้องการความปลอดภัยที่สูงขึ้น เช่นการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลจากอีเมล ปกป้องการถูกขโมยอีเมลเพื่อเข้าใช้บริการออนไลน์ หรือปากปกติตัวต้นจากการใช้งานบริการออนไลน์ไม่ให้เชื่อมถึงตัวเองได้ สามารถใช้บริการอีเมลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของการเข้าใช้งานและข้อมูลมูลส่วนบุคลของเรา สามารถใช้บริการอีเมลอื่น ๆ เช่น Pronton Mail ถือเป็นหนึ่งในบริการอีเมลที่ปลอดภัยที่สุดที่มีอยู่ในขณะนี้ มีเครื่องมือต่าง ๆ ที่สามารถยกระดับความปลอดภัยให้สูงขึ้น

Pronton email เป็นระบบอีเมลที่มุ่งเน้น ความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก การที่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ช่วยให้มีการคุ้มครองข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากกฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์:  บังคับให้ผู้ให้บริการอย่าง Proton mail ห้ามสอดแนมผู้ใช้ กำหนดให้ต้องแจ้งผู้ใช้ หากหน่วยงานทางการร้องขอข้อมูลของพวกเขา  และ ไม่ยอมรับคำสั่งศาลจากต่างประเทศ  เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากศาลสวิส

Pronto Email ดีอย่างไร

Pronton Email สามารถใช้บริการได้ทั้งแบบฟรี และ มีค่าบริการ สำหรับแบบฟรี มีเนื้อที่ให้บริการ 1 GB และความปลอดภัยพื้นฐานเช่น 
1.    การเข้ารหัสแบบต้นทางถึงปลายทาง (E2EE)
-    อีเมลทั้งหมดระหว่างผู้ใช้ Proton Mail จะถูกเข้ารหัสโดยอัตโนมัติ
-    อีเมลที่ส่งถึงผู้ใช้ที่ไม่ใช่ Proton สามารถส่งพร้อมการเข้ารหัสโดยใช้รหัสผ่าน
-    แม้แต่ทีมงาน Proton Mail ก็ไม่สามารถอ่านอีเมลที่เข้ารหัสของคุณได้
2.    การเข้ารหัสแบบไม่สามารถเข้าถึงได้ (Zero-access encryption)
-    อีเมลของคุณถูกเข้ารหัสโดยใช้รหัสผ่านของคุณ
-    ไม่มีใครสามารถเข้าถึงอีเมลของคุณได้โดยไม่มีรหัสผ่าน แม้แต่ Proton Mail เอง
3.    คุณสมบัติความเป็นส่วนตัวไม่มีการบันทึก IP โดยค่าเริ่มต้น
-    ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการสร้างบัญชี
-    ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด
-    โค้ดเป็นแบบโอเพนซอร์สที่สามารถตรวจสอบได้
4.    มาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม
-    มีการยืนยันตัวตนสองชั้น
-     ตัวเลือกข้อความทำลายตัวเอง
-    ไม่ติดตามผู้ใช้หรือแสดงโฆษณา
-    ไม่แบ่งปันข้อมูลผู้ใช้กับบุคคลที่สาม

สำหรับการใช้บริการแบบมีค่าใช้จ่ายจะมีเครื่องมือด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมเช่น

1.    การสร้างอีเมลนามแฝง (Email aliases) สำหรับการใช้บริการออนไลน์อื่น ๆ เช่น Shopee ป้องกันจากเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลของเรา
2.    ระบบการจัดการ Password ภายใต้การเข้ารหัสแบบไม่สามารถเข้าถึงได้ (Zero-access encryption)
3.    มีบริการ VPN 
4.    มีบริการพื้นที่จัดเก็บไฟล์ออนไลน์ Pronton Drive
5.    สามารถใช้บริการผ่าน Pronton Email App ที่มีระบบป้องกันเพิ่มเติมใช้การตั้งรหัส PIN ก่อนเข้าใช้งาน 

Zero-access Encryption คือระบบการเข้ารหัสที่ทำให้แม้แต่ผู้ให้บริการ (ในที่นี้คือ Proton Mail) ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้ มาดูว่ามันทำงานอย่างไร:

อีเมลของคุณถูกเข้ารหัสด้วยรหัสผ่านของคุณบนอุปกรณ์ของคุณ ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสแล้วจะถูกเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ เฉพาะรหัสผ่านของคุณเท่านั้นที่สามารถถอดรหัสข้อมูลได้

ข้อดี:
แม้แต่พนักงาน Proton Mail ก็ไม่สามารถอ่านอีเมลของคุณได้
ถ้าเซิร์ฟเวอร์ถูกแฮ็ก แฮ็กเกอร์จะเห็นแค่ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัส
ถ้ามีคำสั่งศาล Proton Mail ไม่สามารถส่งมอบข้อมูลที่อ่านได้


ข้อควรระวัง:
ต้องเก็บรักษารหัสผ่านให้ดี เพราะถ้าลืมจะไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้
ต้องออกจากระบบทุกครั้งเมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ

เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือเหมือนกับการเก็บของในตู้เซฟที่มีแต่คุณเท่านั้นที่รู้รหัส แม้แต่บริษัทที่ผลิตตู้เซฟก็ไม่สามารถเปิดได้

Proton Mail

ขั้นตอนการใช้งาน Proton Mail มีดังนี้:
1.    เข้าไปที่เว็บไซต์ proton.me
2.    คลิกที่ปุ่ม "Create Account" หรือ "Sign Up"
3.    กรอกข้อมูลที่จำเป็น:
o    อีเมลที่ต้องการ (@proton.me)
o    รหัสผ่าน
o    ยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง
4.    เลือกแผนการใช้งาน (มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน)
5.    ยืนยันตัวตนผ่านการกรอกรหัสที่ส่งไปยังอีเมลสำรอง หรือ SMS
6.    เมื่อสร้างบัญชีเสร็จแล้ว สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที

เว็บไซต์ proton.me