วิกฤตศรัทธา! มรสุมวงการสงฆ์ ฉุดท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ 15,000 ล้านสั่นคลอน

วิกฤตศรัทธา! มรสุมวงการสงฆ์ ฉุดท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ 15,000 ล้านสั่นคลอน

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

Key Takeaways

  • ภาพลักษณ์และศรัทธาในศาสนาพุทธของไทยถูกสั่นคลอนครั้งใหญ่ จากกรณีอื้อฉาวของพระสงฆ์และสีกากอล์ฟ ส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  • ผลกระทบรุนแรงต่อการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณซึ่งเป็นหนึ่งในรายได้สำคัญของไทย
  • สื่อนานาชาติรายงานเชิงลบกว้างขวาง ย้ำปัญหาการขาดความโปร่งใสและการบริหารเงินบริจาคสวนทางกับหลักสมถะของพระ


จากเหตุการณ์การประพฤติตัวที่ไม่เหมาะของพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูปกับสีกาท่านหนึ่ง ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อชาวต่างชาติที่นับถือศาสนาพุทธศาสนาเถรวาท หรือที่สนใจแนวคิดในการดำเนินชีวิตผ่านหลักธรรม คำสอน การทำสมาธิ และ แนวคิดอย่าง mindfulness สร้างความสั่นคลอนต่อการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาทของไทย

สำนักข่าวต่างประเทศใหญ่อย่าง CNN, BBC, The guardian, Sky News, Euronews และ NHK ต่างเสนอข่าวเชิงลึกเกี่ยวกับการจับกุมผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์และแบล็กเมล์พระสงฆ์ พร้อมไฮไลท์ปัญหาการใช้เงินบริจาคพระ ซึ่งสวนทางกับหลักสมถะทางศาสนาเป็นเสียงสะท้อนปัญหาผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะสั้นและระยะยาว ต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของชาวโลกและนักท่องเที่ยว หากผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง

การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในฐานะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากนานาชาติว่าเป็น "เมืองพุทธ" ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาเถรวาท กิจกรรม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนล้วนผูกพันกับหลักธรรม ความสงบ ความเมตตา และศีลธรรม ซึ่งสร้างภาพลักษณ์อันโดดเด่นในสายตาชาวโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างมองว่าไทยเป็นแหล่งแห่งสันติภาพ ความสงบสุข และปลอดภัย และมีวัดวาอารามและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนทั่วโลกในแต่ละปี การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาจึงเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยผสมผสานแรงจูงใจทางจิตวิญญาณ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน ภาคส่วนนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมความเข้าใจทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้จำนวนมากให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านธุรกิจบริการและการค้าที่เกี่ยวข้อง  

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันพุทธศาสนาและสาธารณชนในประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่จากกรณี "สีกากอล์ฟ" เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับสีกาคนหนึ่งและพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูป ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ การแบล็กเมล์ และการยักยอกเงิน กรณีอื้อฉาวนี้ได้สั่นคลอนคณะสงฆ์อย่างรุนแรงและได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง  


การท่องเที่ยวเชิงศรัทธากับการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาไม่เพียงแต่เป็นการเดินทางทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางทางจิตวิญญาณที่ช่วยให้ผู้แสวงบุญได้เชื่อมโยงกับความศรัทธาของตนเองอย่างลึกซึ้ง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดึงดูดผู้มาเยือนด้วยความสำคัญทางศาสนา ความงดงามทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม ซึ่งมักเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม  

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาคือ "ความศรัทธา" หรือ "ความเชื่อทางจิตวิญญาณ" ของบุคคลที่กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ความศรัทธานี้เองที่สร้างอุปสงค์พิเศษสำหรับบริการต่างๆ เช่น ที่พัก การขนส่ง อาหาร การจำหน่ายวัตถุมงคล และสิ่งพิมพ์ทางศาสนา หากปราศจากความศรัทธาเป็นแรงจูงใจหลัก อุปสงค์สำหรับบริการเหล่านี้ รวมถึงการเยี่ยมชมวัดและการบริจาค ก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธานั้นไม่ได้เป็นเพียงการทำธุรกรรมเท่านั้น แต่ยังหยั่งรากลึกและขึ้นอยู่กับทุนทางจิตวิญญาณของจุดหมายปลายทาง ซึ่งเน้นย้ำถึงความเปราะบางของผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อการเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ  

การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมาก รวมถึงการสร้างรายได้จากเงินตราต่างประเทศ การสร้างงานใหม่ และการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัวของประชากรและยกระดับคุณภาพชีวิต นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดการลงทุนจากภาครัฐในด้านสาธารณูปโภคเพื่อเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ


 

ขนาดของตลาดการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา 

ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวทางศาสนาประมาณ 10,800 ล้านบาทในปี 2562 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15,000 ล้านบาทในปี 2568 การอื้อฉาวของพระสงฆ์ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมนี้ โดยเฉพาะเมื่อชาวต่างชาติเริ่มตั้งข้อสงสัยในความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันสงฆ์ไทยหรือแม้แต่ศาสนาพุทธเอง นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาไทยเพื่อหาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ เช่น การเรียนรู้ธรรมะ การฝึกสมาธิในสถานปฏิบัติธรรม การเยี่ยมชมวัด หรือการซื้อสินค้าเกี่ยวกับศาสนา

ไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวทางศาสนาประมาณ 10,800 ล้านบาทในปี 2562 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 15,000 ล้านบาทในปี 2568

กรณีอื้อฉาวของพระสงฆ์: กรณีศึกษา "สีกากอล์ฟ" 

กรณี "สีกากอล์ฟ" ซึ่งเกี่ยวข้องกับสีกาชื่อ วิลาวัลย์ เอมสวัสดิ์ หรือที่รู้จักกันในนาม "สีกากอล์ฟ" หรือ "นารีพิฆาตพระ" ได้เปิดเผยรูปแบบความสัมพันธ์ทางเพศ การแบล็กเมล์ และการทุจริตทางการเงินอย่างกว้างขวางที่เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่หลายรูป กรณีอื้อฉาวนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างผ่านการเปิดเผยแชทส่วนตัวและภาพลับจำนวนมาก สื่อต่างประเทศอย่าง CNN และ BBC ก็ได้รายงานข่าวการจับกุมสีกาคนดังกล่าวในข้อหาแบล็กเมล์พระสงฆ์ พร้อมวิดีโอเพศสัมพันธ์นับพันคลิป  

กรณีอื้อฉาวนี้มีขนาดที่น่าตกใจ โดยมีรายงานว่าพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่และเจ้าอาวาสอย่างน้อย 9 รูปถูกจับสึก และอาจมีพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้องถึง 20 รูป การทำธุรกรรมทางการเงินเป็นส่วนสำคัญของคดีนี้ โดยวิลาวัลย์ถูกกล่าวหาว่าได้รับเงินจำนวนมหาศาลจากพระสงฆ์ ซึ่งบางส่วนมาจากการแบล็กเมล์หรือการขู่กรรโชก มีการระบุว่าบัญชีธนาคารของวิลาวัลย์ได้รับเงินประมาณ 385 ล้านบาท (11.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในช่วงสามปีที่ผ่านมา แม้ว่าเงินส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับการพนันออนไลน์ก็ตาม กรณีนี้เน้นย้ำถึงความขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงระหว่างพระวินัยเรื่องการถือพรหมจรรย์และการใช้ชีวิตอย่างสมถะ กับพฤติกรรมที่ถูกรายงาน  
 

ความการเสื่อมถอยขอะคุณค่าสำหรับนักท่องเที่ยว

เสน่ห์หลักของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาอยู่ที่ความถูกต้องทางจิตวิญญาณและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ รวมถึงความซื่อสัตย์ทางศีลธรรมของบุคคลทางศาสนาที่เกี่ยวข้อง เมื่อกรณีอื้อฉาวที่มีชื่อเสียงเปิดเผยพฤติกรรมไม่เหมาะสมและการทุจริตทางการเงินอย่างกว้างขวางภายในคณะสงฆ์ สิ่งนี้จะบ่อนทำลายความถูกต้องทางจิตวิญญาณโดยตรง นักท่องเที่ยวที่แสวงหาความเจริญทางจิตวิญญาณอาจพบว่าประสบการณ์ของตนแปดเปื้อนด้วยการรับรู้ถึงความเสื่อมถอยทางศีลธรรม ซึ่งลดทอนแก่นแท้ของการมาเยือนของพวกเขา  

ทุนทางจิตวิญญาณของสถานที่หรือสถาบันทางศาสนานั้นสร้างขึ้นจากความบริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์ และการยึดมั่นในหลักคำสอนอันศักดิ์สิทธิ์ของผู้ดูแล (พระสงฆ์) เมื่อผู้ดูแลเหล่านี้ถูกเปิดเผยว่ามีการละเมิดทางศีลธรรมอย่างร้ายแรง (การประพฤติผิดทางเพศ การทุจริตทางการเงิน) สิ่งนี้จะบ่อนทำลายความศักดิ์สิทธิ์และความถูกต้องของสภาพแวดล้อมทางจิตวิญญาณโดยตรง นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผู้ที่ขับเคลื่อนด้วยความศรัทธา แสวงหาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ การรับรู้ถึงกรณีอื้อฉาวดังกล่าวสามารถสร้างกำแพงทางจิตวิทยา ทำให้ยากที่พวกเขาจะเชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ซึ่งเป็นการ "ลดทอนความสำคัญทางจิตวิญญาณ" ในจิตใจของพวกเขา แม้ว่าสถานที่ทางกายภาพจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม สิ่งนี้เน้นย้ำว่าทุนทางจิตวิญญาณไม่ใช่ทรัพยากรที่คงที่ แต่เป็นสิ่งที่มีพลวัตและเปราะบางอย่างยิ่งต่อการกระทำของผู้ที่แสดงออกถึงความศรัทธา การลดลงของทุนทางจิตวิญญาณเนื่องจากความล้มเหลวทางศีลธรรมสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเภทของนักท่องเที่ยวที่ดึงดูด (จากการจาริกแสวงบุญที่ขับเคลื่อนด้วยศรัทธาไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพียงอย่างเดียว) ซึ่งอาจลดอุปสงค์สำหรับบริการที่มุ่งเน้นทางจิตวิญญาณ และท้ายที่สุดก็ลดทอนคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของประเทศไทย  

 

นักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะผู้ที่ขับเคลื่อนด้วยความศรัทธา แสวงหาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ การรับรู้ถึงกรณีอื้อฉาวดังกล่าวสามารถสร้างกำแพงทางจิตวิทยา ทำให้ยากที่พวกเขาจะเชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่

 

ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา

การลดลงของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาอันเนื่องมาจากการลดลงของความเชื่อมั่นและเสน่ห์ทางจิตวิญญาณ จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ รวมถึงที่พัก การขนส่ง บริการอาหาร และการจำหน่ายวัตถุมงคลและของที่ระลึก ซึ่งทั้งหมดนี้เจริญรุ่งเรืองรอบสถานที่ทางศาสนาที่เป็นที่นิยม ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งมักพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมาก จะเผชิญกับการลดลงของโอกาสในการจ้างงานและความยากลำบากทางเศรษฐกิจ

กรณีอื้อฉาวบ่อนทำลายความศรัทธาและความเชื่อมั่นของสาธารณชนในคณะสงฆ์ การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจทางจิตวิญญาณ และการท่องเที่ยวนี้สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ การกัดเซาะความซื่อสัตย์ทางจิตวิญญาณของคณะสงฆ์นำไปสู่การลดลงของความเชื่อมั่นของสาธารณชนและความปรารถนาที่ลดลงในหมู่ผู้มาเยือนทั้งในและต่างประเทศที่จะมีส่วนร่วมในการทำบุญหรือแสวงหาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณที่วัดที่เกี่ยวข้องกับการประพฤติมิชอบ เมื่อแรงจูงใจที่ขับเคลื่อนด้วยศรัทธาเสื่อมถอย นักท่องเที่ยวบางคนอาจเลือกจุดหมายปลายทางอื่น หรือเยี่ยมชมวัดเพื่อเหตุผลทางวัฒนธรรม/ประวัติศาสตร์เท่านั้น ซึ่งอาจลดจำนวนผู้เยี่ยมชมโดยรวม หรือระยะเวลา/การใช้จ่ายของผู้ที่มาเยือน

การลดลงของการท่องเที่ยวประเภทนี้ (การจาริกแสวงบุญ การทำบุญ) แปลโดยตรงเป็นการลดลงของอุปสงค์สำหรับบริการต่างๆ เช่น ที่พัก การขนส่ง อาหาร และการจำหน่ายวัตถุมงคล ธุรกิจและบุคคลในชุมชนรอบสถานที่ทางศาสนา ซึ่งพึ่งพาการไหลเวียนของนักท่องเที่ยวเหล่านี้อย่างมาก จะเผชิญกับการลดลงของรายได้ การสูญเสียงาน และความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ปัญหาที่มีอยู่แล้ว สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงโดยตรงจากวิกฤตความซื่อสัตย์ทางจิตวิญญาณภายในสถาบันศาสนาไปสู่ความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้สำหรับชุมชนและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา ซึ่งทำให้กรณีอื้อฉาวนี้เป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทย

บทสรุป

การอื้อฉาวของพระสงฆ์ไทยได้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างมีนัย สำคัญโดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวทางศาสนา สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา และ Soft Power ของไทย ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อการรับรู้ของนานาชาติต่อไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม วิกฤตครั้งนี้อาจเป็นโอกาสในการปฏิรูปสถาบันสงฆ์ให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การฟื้นฟูภาพลักษณ์ของไทยในฐานะศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่แท้จริงในอนาคต การดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาจะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

 นโยบายฟื้นฟูภาพลักษณ์และการสื่อสารเชิงบวกร่วมกับมาตรการป้องกันคดีอื้อฉาวจะเป็นกุญแจสำคัญต่อการรักษาและต่อยอดเสน่ห์ “เมืองแห่งพระพุทธศาสนาไทย” ในเวทีโลก


ที่มา