จีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ หนุนสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

จีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ หนุนสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

สำนักข่าวซินหัว

สรุปประเด็น

• จีนย้ำพร้อมทำงานร่วมสหรัฐเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพ
• หวังอี้ชี้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐส่งผลต่อสันติภาพและอนาคตโลก
• จีนย้ำหลักการจีนเดียวเป็นพื้นฐานสำคัญต่อเสถียรภาพช่องแคบไต้หวัน

นิวยอร์ก, 28 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (27 พ.ค.) หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เปิดเผยว่าจีนพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อปฏิบัติตามฉันทามติสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุร่วมกัน และดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อผลักดันให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์เกิดขึ้นจริงโดยเร็ว

หวังกล่าวถ้อยคำข้างต้นระหว่างหารือกับตัวแทนจากแวดวงยุทธศาสตร์และภาคธุรกิจของสหรัฐฯ ระหว่างเดินทางเยือนนครนิวยอร์ก เพื่อเป็นประธานการประชุมระดับสูงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)

หวังระบุว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มีความสำคัญเกินกว่าระดับทวิภาคี เนื่องจากส่งผลต่อสันติภาพโลกและเกี่ยวพันกับอนาคตของมนุษยชาติ พร้อมเสริมว่าการบรรลุความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง มีเสถียรภาพ และยั่งยืน เป็นทั้งความคาดหวังร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ และภารกิจที่ทั้งสองประเทศมีหน้าที่ต้องร่วมกันทำให้สำเร็จ

หวังเผยว่าผู้นำของจีนและสหรัฐฯ ได้จัดการพบปะครั้งประวัติศาสตร์ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกำหนดความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ให้เป็นกรอบใหม่ของความสัมพันธ์ทวิภาคี และร่วมกันสำรวจแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างประเทศใหญ่ในยุคใหม่ โดยทั้งสองฝ่ายจำเป็นที่จะต้องเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน บริหารจัดการความแตกต่างอย่างมีประสิทธิภาพ ขยายรายการความร่วมมือ และลดจำนวนประเด็นปัญหาที่เป็นอุปสรรคเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ

ทั้งนี้ หวังระบุว่า "เอกราชไต้หวัน" เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันโดยพื้นฐาน พร้อมย้ำว่ามีแต่การยึดมั่นในหลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้งสามฉบับเท่านั้นที่จะสามารถรักษาสันติภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการเผชิญหน้าได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนติดตั้ง ‘กังหันลมบก’ ใหญ่สุด มีกำลังผลิตสูงเป็นประวัติการณ์

จีนติดตั้ง ‘กังหันลมบก’ ใหญ่สุด มีกำลังผลิตสูงเป็นประวัติการณ์

9 พฤษภาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรักชัน คอร์ปอเรชัน (CRCC) ของจีน รายงานการติดตั้งกังหันลมบนบก ขนาด 16.2 เมกะวัตต์ ในมณฑลเจียงซูทางตะวันออกของประเทศ โดยกังหันลมขนาดใหญ่ยักษ์นี้ถือเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานลมบนชายฝั่งแบบหน่วยเดียวขนาดใหญ่ที่สุดในจีน

EVIVA สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน เปิดสถานีชาร์จเร็วพิเศษแห่งแรกในไทย

EVIVA สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน เปิดสถานีชาร์จเร็วพิเศษแห่งแรกในไทย

22 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

EVIVA แบรนด์สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เปิดตัวสถานีชาร์จเร็วพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย ณ ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเทคโนโลยีชาร์จแบบระบายความร้อนด้วยของเหลว รองรับ 40 ช่องชาร์จ ชูจุดเด่นชาร์จเร็วระดับสูง ตอบโจทย์การเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทย และต่อยอดความร่วมมือด้านพลังงานสีเขียวในอนาคต

หวังอี้พบปะหารือสีหศักดิ์ หนุนจีน-ไทยร่วมปฏิรูปธรรมาภิบาลโลก

หวังอี้พบปะหารือสีหศักดิ์ หนุนจีน-ไทยร่วมปฏิรูปธรรมาภิบาลโลก

28 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน พบหารือ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศไทย นอกรอบการประชุม UNSC ที่นิวยอร์ก ย้ำความร่วมมือจีน-ไทยในการปฏิรูปธรรมาภิบาลโลก สนับสนุนบทบาทสหประชาชาติ พร้อมผลักดันประชาคมไทย-จีนที่มีอนาคตร่วมกัน และส่งเสริมการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย

26 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

จีน-สหรัฐฯ พักรบสงครามการค้า 90 วัน ลดภาษีทะลุเพดาน

จีน-สหรัฐฯ พักรบสงครามการค้า 90 วัน ลดภาษีทะลุเพดาน

12 พฤษภาคม 2568

Business Leader / Editor / ข่าวต่างประเทศ

การเจรจาที่เจนีวาเปลี่ยนโฉมสงครามการค้าโลก: เมื่อทรัมป์และจีนตกลงลดภาษีจาก 125% เหลือ 10% ในข้อตกลงพักรบ 90 วัน สัญญาณบ่งชี้ถึงยุคใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจเศรษฐกิจ หรือเป็นเพียงการถอยเพื่อรุกในวันข้างหน้า?