
บีโอไอหนุนผู้ประกอบการไทย มุ่งสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ดันเม็ดเงินลงทุนปี 2568
31 มีนาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
ปี 2568 บริษัทไทยคาดขอรับส่งเสริมลงทุน 676,000 ล้านบาท โต 86% จากปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นและศักยภาพเอกชนไทย
-
การลงทุนไทยกว่า 1,170 โครงการ มุ่งสู่ 5 อุตสาหกรรมยุคใหม่ คือ โครงสร้างพื้นฐานและขนส่ง, ดิจิทัล–ดาต้าเซ็นเตอร์, พลังงานสะอาด, โลหะ–เคมีภัณฑ์ และเกษตร–อาหารแปรรูป
-
SMEs ไทยได้โอกาสเพิ่มจากการผ่อนปรนเงื่อนไขเงินลงทุนขั้นต่ำเหลือ 1 ล้านบาท ทำให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์บีโอไอง่ายขึ้นและต่อยอดสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ได้
บีโอไอเผยข่าวดี! ปี 2568 บริษัทไทยคาดขอรับส่งเสริมลงทุนพุ่งสูงถึง 676,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 86% สะท้อนศักยภาพภาคเอกชนไทยก้าวสู่ 5 อุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ ดิจิทัล พลังงานสะอาด และเกษตรแปรรูป นับเป็นโอกาสทองของ SMEs ไทย ที่บีโอไอผ่อนปรนเงื่อนไขเงินลงทุนขั้นต่ำเหลือเพียง 1 ล้านบาท เพื่อให้เข้าถึงการส่งเสริมและต่อยอดธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ยุคแห่งนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดย นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ ได้เปิดเผยตัวเลขที่น่าจับตา แสดงให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนของภาคเอกชนไทยที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทไทยโดยเฉพาะ จะพุ่งสูงถึง 676,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 86% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ตัวเลขนี้ไม่เพียงสะท้อนความเชื่อมั่น แต่ยังเน้นย้ำถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเป็นกำลังหลักสำคัญเคียงข้างการลงทุนจากต่างประเทศ
ในปี 2568 นี้ บีโอไอได้รับคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทที่มีหุ้นไทยเป็นส่วนใหญ่รวมแล้วกว่า 1,170 โครงการ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของจำนวนโครงการทั้งหมดที่ยื่นขอรับการส่งเสริม การลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ ชี้ให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของธุรกิจไทยในการปรับตัวและยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ภาคส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
การลงทุนส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ใน 5 อุตสาหกรรมยุคใหม่ ที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพและได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานและการขนส่ง, ดิจิทัลและดาต้าเซ็นเตอร์, พลังงานสะอาด, โลหะและเคมีภัณฑ์, และเกษตรและอาหารแปรรูป การมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมเหล่านี้สะท้อนวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศไปสู่ภาคส่วนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง และสร้างมูลค่าจากฐานรากเดิมอย่างเกษตรกรรมให้ก้าวทันยุคสมัย
สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) นี่ถือเป็นโอกาสทองครั้งสำคัญ บีโอไอได้วางมาตรการส่งเสริมที่เอื้อประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะการผ่อนปรนเงื่อนไขเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับการขอรับการส่งเสริม เหลือเพียง 1 ล้านบาท สำหรับ SMEs ไทย โดยเฉพาะ มาตรการนี้จะช่วยลดภาระและเพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสิทธิประโยชน์จากบีโอไอได้ง่ายขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้สามารถยกระดับธุรกิจและปรับตัวเข้าสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างเต็มศักยภาพ
การที่ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมยุคใหม่เช่น ดิจิทัล พลังงานสะอาด หรือเกษตรแปรรูป จะเป็นการเปิดประตูให้ SMEs สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่ๆ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ การสนับสนุนจากบีโอไอและการเติบโตของการลงทุนจากบริษัทไทยจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างนวัตกรรม และผลักดันให้เศรษฐกิจไทยก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
เกี่ยวกับ BOI
บีโอไอ หรือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) คือหน่วยงานรัฐบาลไทยที่มีหน้าที่ดึงดูดและส่งเสริมการลงทุน ทั้งจากนักลงทุนไทยและต่างชาติ ผ่านการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่อผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมและโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
เว็บไซต์ www.boi.go.th





