
วิกฤตแรงงานดูแลผู้สูงอายุ: ความท้าทายและโอกาสของไทยในสังคมสูงวัย
7 พฤศจิกายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ได้เปิดเผยรายงานคาดการณ์ล่าสุดในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญในภาคเศรษฐกิจดูแล (Care Economy) โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลผู้สูงอายุ
รายงานระบุว่า ภายในปี 2580 (พ.ศ. 2037) ประเทศไทยจะประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคส่วนนี้สูงถึงกว่า 250,000 คน ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากการที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ การคาดการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการวางแผนและเตรียมพร้อมรับมือกับประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้น และความต้องการบริการดูแลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากจำนวนแรงงานที่คาดว่าจะขาดแคลนทั้งหมดกว่า 250,000 คนนั้น รายงานของ ILO ยังชี้ว่าประมาณ 55,000 คนจะเป็นแรงงานข้ามชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติอย่างมากเพื่ออุดช่องว่างดังกล่าวในอนาคตอันใกล้ การขาดแคลนนี้มีสาเหตุหลักมาจากความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน อันเป็นเทรนด์ที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น
รายงานจึงได้เสนอแนะให้มีการลงทุนอย่างเป็นระบบในโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลในระดับชุมชน พร้อมกับการส่งเสริมการสร้างงานที่มีคุณภาพและมีคุณค่าในภาคเศรษฐกิจดูแล เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการการดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
สถานการณ์การขาดแคลนแรงงานในภาคเศรษฐกิจดูแลนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโดยตรงเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างสำหรับประเทศไทย การลงทุนในระบบการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นองค์รวม การพัฒนาทักษะและยกระดับศักดิ์ศรีของแรงงานในประเทศ ตลอดจนการวางแผนรองรับการใช้แรงงานข้ามชาติอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม จึงเป็นวาระเร่งด่วนที่ภาครัฐ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วนของสังคมต้องร่วมกันผลักดันและหาทางออก
รายงานของ ILO เน้นย้ำว่า การสร้างงานที่มีคุณภาพในภาคเศรษฐกิจดูแลจะนำมาซึ่งประโยชน์หลายด้าน ทั้งการสร้างอาชีพที่มั่นคง การยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาวะที่ดี และการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาว นักลงทุนและผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพและบริการผู้สูงอายุจึงควรพิจารณาถึงโอกาสและความเสี่ยงเหล่านี้อย่างรอบด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับพลวัตของสังคมสูงวัย และเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาที่สำคัญระดับประเทศนี้อย่างยั่งยืน.
