
Monday Recap 25-31 ส.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ
1 กันยายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม 2568 ผู้ประกอบการรายย่อยต้องเผชิญกับทั้งโอกาสและความท้าทายจากหลายด้าน ตั้งแต่งานสัมมนา “SME ต้องรอด 2025” ที่เปิดมุมมองใหม่ในการเข้าถึงทุนและเทคโนโลยี ไปจนถึงรายงานเศรษฐกิจจาก ธปท. และธนาคารโลกที่สะท้อนความจำเป็นในการปรับตัวเชิงนวัตกรรม ท่ามกลางราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวนและผลกระทบจาก climate change บทความนี้สรุปทุกประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้ เพื่อวางแผนธุรกิจให้รอดและเติบโตในยุคเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว
1. งาน "SME ต้องรอด 2025" จัดวันที่ 31 ส.ค. เพื่อปลดล็อคศักยภาพธุรกิจรายย่อย
ในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 จัดงาน "SME ต้องรอด 2025" โดยสมาคมผู้พัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (Thai-BISPA) เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยและสตาร์ทอัพพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ โดยรวมผู้เชี่ยวชาญชั้นนำมาถ่ายทอดกลยุทธ์จริงใน 4 สเตจหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจและเทคโนโลยี การเงินและแหล่งทุน การบริหารคน และโอกาสลงทุนบนตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เชนจ์ (LiVEx) งานนี้มุ่งเน้นการเจาะลึกเทรนด์ปี 2568 เพื่อช่วย SMEs รอดและเติบโตท่ามกลางความไม่แน่นอน โดยผู้เข้าร่วมจะได้อัปเดตวิธีคิดใหม่ๆ สำหรับผู้บริหารและทีมพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะ SMEs ที่ต้องการเข้าถึงทุนและขยายตลาด งานจัดเวลา 10.00-17.00 น. ที่สถานที่จัดงานหลักในกรุงเทพฯ
อ่านต่อที่: Thai-BISPA
2. ผู้ประกอบการรายย่อยในภาคเกษตรได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าปศุสัตว์ผันผวน สัปดาห์ 18-22 ส.ค. ส่งผลถึงปลายเดือน
สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ 18-22 สิงหาคม 2568 จากกรมปศุสัตว์ ระบุว่าราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลงเหลือหาบละ 543 บาท จาก 549 บาท เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยที่ต้นทุนอาหารสัตว์สูงขึ้น ขณะที่กากถั่วเหลืองนำเข้าราคาทรงตัวที่กก.ละ 13.80 บาท แต่ USDA คาดผลผลิตถั่วเหลืองสหรัฐลดลงจากพื้นที่เพาะปลูกลด ปลาป่นราคาเพิ่มขึ้นเป็นกก.ละ 35.20 บาท (โปรตีน >60%) และ 32.70 บาท (56-60%) คาดยืนแข็ง สำหรับข้าว ข้าวขาว 100% ชั้น 2 ทรงตัวที่กระสอบละ 1,120 บาท แต่ปลายข้าวเอ.วัน.พิเศษลดเหลือ 890 บาท จาก 900 บาท ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยในภาคปศุสัตว์และเกษตรต้องปรับตัวรับมือต้นทุนที่ผันผวนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นกันยายน
อ่านต่อที่: ปศุศาสตร์ นิวส์
3. ธปท.รายงานเศรษฐกิจกรกฎาคมชะลอ ผู้ประกอบการรายย่อยกังวลการบริโภคและลงทุน
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงรายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือนกรกฎาคม 2568 เมื่อ 29 สิงหาคม โดยเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากภาคบริการลดลงตามรายได้ท่องเที่ยวที่อ่อนแอ การผลิตอุตสาหกรรมลดจากหยุดซ่อมโรงกลั่นและปรับสายผลิตรถยนต์ แต่หากไม่รวมปัจจัยเหล่านี้ การส่งออกเพิ่มขึ้นจากอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า การลงทุนเอกชนลดจากเครื่องจักร การบริโภคภาคเอกชนทรงตัวแต่กดดันจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง เงินเฟ้อติดลบจากอาหารและพลังงาน ดุลบัญชีเกินดุลลดลง การจ้างงานทรงตัวแต่ผู้ว่างงานเพิ่ม ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ SMEs ในภาคการผลิตและบริการ ต้องติดตามแนวโน้มเพื่อปรับกลยุทธ์รับมือชะลอตัวที่อาจลามถึงไตรมาส 3
อ่านต่อที่: ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT)
4. World Bank คาดเศรษฐกิจไทยโต 2.3% ในปี 2568 ชี้ SMEs ต้องเน้นนวัตกรรมเพื่อแข่งขัน
ธนาคารโลก (World Bank) ออก Thailand Economic Monitor สิงหาคม 2568 เมื่อ 29 สิงหาคม คาด GDP ไทยโต 2.3% ในปี 2568 จากการลงทุนฟื้นตัว แต่กดดันจากภาษีนำเข้าสหรัฐและบริโภคเอกชนชะลอ การส่งออกสินค้าทั่วไปเผชิญกำแพงการค้า นักท่องเที่ยวลดแต่รายได้ต่อหัวเพิ่ม หากมาตรการกระตุ้นอย่าง Digital Wallet ดำเนินต่อ GDP อาจโต 2.9% เงินเฟ้อ 0.8% ต่ำกว่าเป้า ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ซึ่งเป็น 90% ของธุรกิจและจ้างงานหลัก ต้องเผชิญอุปสรรคเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และตลาดต่างประเทศ World Bank แนะพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพ ปรับกฎระเบียบแข่งขัน การค้า-ลงทุน เพิ่มการฝึกอบรมดิจิทัลและผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่าโลกและดึงดูดลงทุนไฮเทค
อ่านต่อที่: World Bank
5. Deloitte ชี้ SMEs ไทยปี 2568 พึ่งพาการบริโภคและท่องเที่ยว แต่ต้องปรับตัว climate change
Deloitte Southeast Asia ออกมุมมองเศรษฐกิจไทยปี 2568 เมื่อ 25 สิงหาคม ระบุปี "งู" ท้าทายกว่าปี "มังกร" โดย GDP โตเฉลี่ยต่ำกว่าอาเซียนในทศวรรษที่ผ่านมา (1.8% เทียบ 3.7%) เงินเฟ้อควบคุมดีไม่เกิน 11% หลังวิกฤตเอเชีย ส่งออกสู่สหรัฐ 17-18% ของทั้งหมด เสี่ยงจากภาษีนำเข้า ผู้ประกอบการรายย่อยใน SMEs ต้องพึ่งการบริโภคเอกชนและท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่สถาบันวิจัยพัฒนาไทยแนะพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่รับสภาพอากาศร้อนจาก climate change ซึ่งไทยเสี่ยงเสีย 60 พันล้านบาท/ปี ส่งเสริมการท่องเที่ยวสร้างสรรค์ เช่น ศิลปะในร่ม พิพิธภัณฑ์ ดนตรี เพื่อช่วย SMEs ในภาคบริการปรับตัวและเพิ่มรายได้
อ่านต่อที่: Deloitte
6. หอการค้าไทยคาด 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ร่วงปี 2568 SMEs ต้องปรับตัวเทคโนโลยี disrupt
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ออกอันดับ 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงปี 2568 เมื่อปลายเดือนสิงหาคม โดย GDP โต 3% จากท่องเที่ยวฟรีวีซ่าและลงทุนเทคยักษ์ใหญ่ แต่เสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม พลังงาน ทิศทางสหรัฐ การเมืองใน ปัญหาหนี้ และภัยธรรมชาติ สำหรับ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย ธุรกิจดาวรุ่ง ได้แก่ การแพทย์-ความงาม จาก medical tourism และสังคมสูงวัย แต่ดาวร่วงจากเทคโนโลยี disrupt เช่น จำหน่าย CD/VDO สื่อสิ่งพิมพ์ไม่มีออนไลน์ คนกลางเก็บข้อมูล ส่งหนังสือพิมพ์ สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ผู้ประกอบการรายย่อยต้องปรับพฤติกรรมผู้บริโภคและใช้เทคโนโลยีเพื่อรอด
อ่านต่อที่: หอการค้าไทย
7. การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาขัดแย้งกระทบ SMEs โลจิสติกส์และพลังงานรายย่อย
รายงาน Thai Business Daily วันที่ 29 สิงหาคม ระบุความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาหยุดนำเข้าน้ำมันกลั่นจากไทย (6 ล้านลิตร/วัน) แต่ไม่กระทบรุนแรงเพราะส่งต่อเวียดนามได้ ส่งออกโดยรวมโต 4.4% ในปี 2568 แต่ภาษีสหรัฐ 19% (ต่ำกว่าเสนอ 36%) กระทบการเจรจา รัฐมนตรีคลัง Pichai มองบวกผูกกับหยุดยิงกัมพูชา ภาคการผลิตหดตัวครั้งแรกใน 20 เดือน (PMI ส.ค. 48.9) ผู้ประกอบการรายย่อยในโลจิสติกส์และพลังงานปรับกระจายตลาด แต่ SMEs รายงานต้นทุนขนส่ง-ค่าจ้างสูงขึ้น ท่องเที่ยว (11.5% GDP ก่อนโควิด) ฟื้นแต่เสี่ยง คาดนักท่องเที่ยว 38.5 ล้านคน สร้างรายได้ 1.83 ล้านล้านบาท ความขัดแย้งอาจเสียหาย 60 พันล้านบาท/เดือน
อ่านต่อที่: Thailand Business News
8. ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 25 ส.ค. SMEs ได้ประโยชน์จาก Fed ลดดอกเบี้ย แต่กังวลภาษีสหรัฐ
ดัชนี SET ปิด 25 สิงหาคม 2568 ที่ 1,262.67 จุด +0.74% มูลค่าซื้อขาย 39.90 พันล้านบาท ปรับขึ้นตามตลาดโลกหลัง Fed ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย หนุนหุ้นดอกเบี้ยต่ำ เช่น โรงไฟฟ้า การเงิน ขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการรายย่อยใน SMEs โดยเฉพาะหุ้นขนาดเล็ก คาดเคลื่อนไหว sideway วันถัดไป แนะติดตามการเมืองในและตัวเลขเงินเฟ้อ-GDP สหรัฐ ส่งออกก.ค. โต 11% สูงกว่าคาด (28.58 พันล้าน USD) จากอิเล็กทรอนิกส์และเร่งส่งสหรัฐก่อนภาษีใหม่ ดุลการค้าเกินดุลเล็กน้อย SMEs ในภาคส่งออกได้แรงหนุน แต่กังวลภาษีนำเข้าสหรัฐกระทบระยะยาว
อ่านต่อที่: KAOHOON INTERNATIONAL
9. ม.หอการค้าปรับ GDP ไทยปี 2568 โต 1.7% SMEs รับแรงกดดันจากส่งออก-บริโภคชะลอ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปรับคาด GDP ปี 2568 เหลือ 1.7% จาก 3% เมื่อปลายเดือนสิงหาคม เนื่องจากส่งออกชะลอครึ่งหลังจากภาษีสหรัฐ การบริโภคโต 2.4% จากหนี้ครัวเรือน 87.4% ของ GDP และความเชื่อมั่นลด ลงทุนเอกชนหด -1.2% จากต้นทุนสูงและการเมือง ท่องเที่ยวฟื้นแต่จีนกลับช้า (40.3% ก่อนโควิด) ผู้ประกอบการรายย่อยใน SMEs เผชิญแรงกดดันรอบด้าน แนะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจด่วน เช่น ลดภาษี ช่วยเหลือหนี้ ส่งเสริมลงทุน เพื่อช่วย SMEsในภาคการผลิต บริการ และค้าปลีกปรับตัวรับมือปัจจัยลบ
อ่านต่อที่: หอการค้าไทย
10. ธุรกิจจดทะเบียนใหม่ ก.ค. 7,710 ราย เพิ่ม 9.78% แต่เลิกกิจการพุ่ง SMEs รายย่อยต้องระวัง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานเดือนกรกฎาคม 2568 (เผยแพร่ปลายสิงหาคม) มีธุรกิจจดทะเบียนใหม่ 7,710 ราย +9.78% จากเดือนก่อน ทุนจดทะเบียน 22,018 ล้านบาท +21.56% โดยธุรกิจทุนเกิน 1,000 ล้านบาท 2 ราย เช่น เหอลี่ อินดัสเทรียล (ยานยนต์) และดับเบิ้ลยูทียู (ซินดิเคท) แต่ธุรกิจเลิกกิจการเพิ่ม 24% จากเดือนก่อน ผู้ประกอบการรายย่อยใน SMEs ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ต้องเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอ แนะปรับตัวด้วยการจดทะเบียนและใช้ประโยชน์จากนโยบายรัฐเพื่อความยั่งยืนในช่วงสิงหาคม-กันยายน
อ่านต่อที่: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
11: SME D Bank หนุนผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายย่อยในภูเก็ต ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ร่วมกับ EXIM BANK และ บสย. จัดงาน "พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์ จังหวัดภูเก็ต" เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ทางการเงินและเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี ผู้ประกอบการ SMEs ในภูเก็ตซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก เช่น โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และบริการท่องเที่ยว สามารถสมัครสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูธุรกิจและขยายการดำเนินงาน ท่ามกลางการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวแต่ยังเผชิญต้นทุนสูงจากภาษีนำเข้าและความไม่แน่นอนโลก งานนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง โดยคาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการกว่า 500 รายในพื้นที่
อ่านต่อที่: SME D Bank Official หรือ AC NEWS
12: LiVE Platform จัดงาน "SME ต้องรอด 2025" ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยพลิกวิกฤตสู่โอกาสเติบโต
LiVE Platform จัดงาน "SME ต้องรอด 2025" เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจรายย่อยและสตาร์ทอัพไทยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญชั้นนำถ่ายทอดกลยุทธ์ใน 4 สเตจหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจและเทคโนโลยี การเงินและแหล่งทุน การบริหารคน และโอกาสลงทุนบนตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เชนจ์ (LiVEx) ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะ SMEs ในภาคบริการและค้าปลีก จะได้อัปเดตเทรนด์ปี 2568 เพื่อปรับตัวรับมือภาษีนำเข้าสหรัฐและการชะลอตัวของบริโภค งานนี้จัดเวลา 10.00-17.00 น. ในกรุงเทพฯ โดยคาดดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 ราย เพื่อสร้างเครือข่ายและโอกาสธุรกิจยั่งยืน
13. Tops supermarket สนับสนุนสินค้า SME ท้องถิ่น ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงตลาดใหญ่
Tops supermarket เปิดตัวแคมเปญ "Tops ท้องถิ่น: Local Discoveries" ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 เพื่อเลือกสินค้าคุณภาพจากผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ไทยทั่วประเทศ โดยเน้นสินค้าอร่อยและมีเอกลักษณ์ท้องถิ่น เช่น อาหารแปรรูปและผลิตภัณฑ์เกษตร ผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรและชุมชนขนาดเล็ก สามารถนำสินค้ามาวางขายในโซน Tops ท้องถิ่นและ TOPS ONLINE ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ โดยในโอกาสครบรอบ 29 ปี Tops ยังจัดโปรโมชันพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย แคมเปญนี้ช่วยให้ SMEs เข้าถึงผู้บริโภคในเมืองใหญ่ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่บริโภคชะลอตัว และคาดสร้างรายได้เพิ่มให้ผู้ประกอบการกว่า 1,000 รายทั่วประเทศ
อ่านต่อที่: TOPS TONGTIN, Tops Online
14. EXIM BANK ร่วม SME D Bank ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยในภูเก็ตฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก
EXIM BANK ร่วมกับ SME D Bank และ บสย. จัดพิธีเปิดงาน "พาแบงก์รัฐ มาช่วยราษฎร์ จังหวัดภูเก็ต" เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 โดยนายชลัช รัตนบุญนิธิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK นำทีมผู้บริหารให้ความรู้ทางการเงินและผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงครามการค้าและภาษีนำเข้าสหรัฐ ผู้ประกอบการ SMEs ในภูเก็ต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยวและส่งออกขนาดเล็ก สามารถเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับปรุงธุรกิจและกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น งานนี้คาดช่วยเหลือผู้ประกอบการกว่า 500 ราย โดยเน้นการเสริมสร้างความยั่งยืนท่ามกลาง GDP ไทยที่คาดโตเพียง 2.3% ในปี 2568
อ่านต่อที่: Pr-Pro MassComm Limited
15: ผู้เชี่ยวชาญ AI แนะนำ Prompt Engineering สำหรับโปรโมท SME ไทยบน TikTok ท่ามกลางปี 2568
ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI อย่างอาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ แนะนำให้ผู้ประกอบการรายย่อยใช้ Prompt Engineering ใน AI เพื่อพลิกโฉมธุรกิจ โดยยกตัวอย่างพรอมต์ "ในฐานะผู้เชี่ยวชาญการตลาดดิจิทัล, แนะนำกลยุทธ์โปรโมท SME ไทยสำหรับ TikTok ปี 2024" (ปรับใช้สำหรับ 2568) เพื่อสร้างคอนเทนต์โปรโมชันที่ดึงดูด เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2568 ผู้ประกอบการ SMEs ในภาคค้าปลีกและบริการ ซึ่งเผชิญการแข่งขันสูงจากเทคโนโลยี disrupt สามารถใช้เครื่องมือ AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini เพื่อลดต้นทุนการตลาดและเพิ่มยอดขายบนแพลตฟอร์มโซเชียล โดยเฉพาะ TikTok ที่มีผู้ใช้เยาวชนจำนวนมาก คำแนะนำนี้ช่วยให้ SMEs รายย่อยปรับตัวรับมือเศรษฐกิจชะลอและภาษีนำเข้าที่กระทบห่วงโซ่อุปทาน
อ่านต่อที่: วิทยากร AI
เรียนหลักสูตรเพิ่มเติม: https://dbdacademy.dbd.go.th/course/DBD68402
