เทรนด์ส่งออก “ธุรกิจสัตว์เลี้ยง” โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

เทรนด์ส่งออก “ธุรกิจสัตว์เลี้ยง” โอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทยในตลาดโลก

สาวิตรี ชูโชคกุล

สรุปประเด็น

  • เทรนด์ Pet Humanization ดันตลาดสัตว์เลี้ยงโลกสู่ระดับ 4–5 แสนล้านดอลลาร์ และเปิดโอกาสสินค้า-บริการพรีเมียม

  • ไทยมีจุดแข็งด้านอาหารสัตว์เลี้ยง วัตถุดิบ และการผลิต ทำให้เป็นผู้ส่งออกอันดับต้นของโลก

  • การแข่งขันอนาคตต้องเน้น Value-added, Sustainability และ Brand Story เพื่อเจาะตลาดพรีเมียมระดับโลก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “สัตว์เลี้ยง” ได้ยกระดับจากการเป็นเพียงสัตว์ในบ้าน กลายเป็น “สมาชิกในครอบครัว” อย่างเต็มรูปแบบ (Pet Humanization) เทรนด์นี้ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคทั่วโลก ทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงยินดีทุ่มงบประมาณในการดูแลสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ทั้งด้านอาหาร สุขภาพ และไลฟ์สไตล์ ส่งผลให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างก้าวกระโดด และเปิด “เมกะเทรนด์” ใหม่ให้กับภาคการส่งออก โดยเฉพาะสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง

ปัจจุบันตลาดธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมีมูลค่ามากกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยข้อมูลของ Fortune Business Insights ระบุว่าอุตสาหกรรมดูแลสัตว์เลี้ยงโลกในปี 2026 มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 2.1–2.8 แสนล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มเติบโตแตะราว 4–5 แสนล้านดอลลาร์ภายในช่วงทศวรรษหน้า ในอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ราว 5–7% ขึ้นอยู่กับวิธีการจำแนกประเภทธุรกิจ ตลาดหลักที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน และญี่ปุ่น ซึ่งผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความโปร่งใส และความยั่งยืนของสินค้าเป็นอย่างมาก

หากมองผ่านเลนส์การส่งออก “อาหารสัตว์เลี้ยง” จะเห็นภาพโอกาสชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อมูลจากหน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจและการค้าไทยชี้ว่า การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าการส่งออกในช่วงปี 2567–2568 อยู่ในระดับกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีโอกาสขยายตัวได้อีกจากความต้องการในตลาดพรีเมียมและตลาดใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการไทยควรเร่งมองหา “เทรนด์ส่งออก” และวางกลยุทธ์ให้พร้อมตั้งแต่วันน

เทรนด์สำคัญของตลาดสัตว์เลี้ยงโลก

  1. Pet Humanization ดันสินค้าพรีเมียมโตต่อเนื่อง

การมองสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกครอบครัวทำให้เจ้าของพร้อมจ่ายเพื่อสินค้าคุณภาพสูง ไม่ต่างจากการ ดูแลคนในบ้าน ทั้งในแง่โภชนาการและสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยง สินค้ากลุ่มพรีเมียมที่เติบโตเด่น ได้แก่

  • อาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียมและซูเปอร์พรีเมียม เช่น สูตรออร์แกนิก ปลอดสารปรุงแต่ง หรือ ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ
  • อาหารเกรดเดียวกับมนุษย์ (Human-grade) ที่เน้นวัตถุดิบสดใหม่ แปรรูปน้อย และระบุ สารอาหารชัดเจน
  • อาหารเฉพาะทาง (Functional / Specialty) เช่น สูตรสำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัยสูตรควบคุม น้ำหนัก สูตรดูแลข้อ กระดูก ผิวหนัง หรือสูตรเฉพาะโรค เช่น โรคไต ภูมิแพ้
  1. ความต้องการสินค้าปลอดภัยและตรวจสอบย้อนกลับได้

ผู้บริโภคในสหรัฐฯ และยุโรปให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสัตว์เลี้ยงไม่แพ้อาหาร มนุษย์ โดยให้ความเชื่อถือกับโรงงานที่ได้รับมาตรฐานสากล เช่นGMP, HACCP, ISO รวมถึงมาตรฐานเฉพาะด้าน อาหารสัตว์ นอกจากนี้ ผู้นำเข้าและผู้บริโภคยังต้องการข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ “ฟาร์มถึงชามอาหาร” (farm to bowl) ทั้งแหล่งที่มาของโปรตีนจากสัตว์ วัตถุดิบจากธรรมชาติ และห่วงโซ่อุปทานที่โปร่งใส

  1. กระแส Sustainability และ Circular Economy มาแรง

ความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจสินค้าที่เป็นมิตรต่อโลกมากขึ้น โดยมีการ พิจารณา “รอยเท้าคาร์บอน” (Carbon Footprint) ของผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับคุณภาพสินค้า แนวโน้มที่โดดเด่น ได้แก่ บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ รีไซเคิลได้ หรือใช้วัสดุจากเศษเหลือทางการเกษตร อาหารจากโปรตีนทางเลือก และการใช้วัตถุดิบเหลือใช้ทางการเกษตรหรืออาหาร (upcycled ingredients) มา พัฒนาเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในตลาดยุโรปประเด็นด้านความยั่งยืนอาจพัฒนาจนกลายเป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ในการเข้าตลาด ทั้งผ่านกฎระเบียบและความต้องการของผู้บริโภค

  1. Pet Tech และสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับสัตว์เลี้ยง

เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตสัตว์เลี้ยงมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่เจ้าของมีไลฟ์สไตล์เร่งรีบหรือ ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทำให้สินค้า Pet Tech เติบโตเร็ว เช่น อุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart Devices) ได้แก่ ปลอกคอ GPS, อุปกรณ์ติดตามสุขภาพ, กล้องดูสัตว์เลี้ยง, เครื่องให้อาหารและน้ำอัตโนมัติ แอปพลิเคชันและ แพลตฟอร์มบริการ สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ที่สะท้อนตัวตนเจ้าของและสัตว์เลี้ยงไปพร้อมกัน

  1. ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ขยายตัวรวดเร็ว

นอกจากสุนัขและแมว ผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจสัตว์เลี้ยงทางเลือกหรือสัตว์ Exotic มากขึ้น เช่น นก สัตว์เลื้อยคลาน เต่า กระรอกบิน และสัตว์ขนาดเล็กอื่นๆ ส่งผลให้เกิด“ตลาดเฉพาะกลุ่ม” ที่ต้องการผลิตภัณฑ์ เฉพาะทางเพิ่มขึ้นตามไปด้วย สินค้าที่น่าจับตา ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยงแบบ Plant-based หรือสูตรโปรตีน ผสมผสานสำหรับเจ้าของที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง Exotic วิตามินและอาหารเสริม สินค้า สำหรับสัตว์เลี้ยงในคอนโด เช่น ห้องน้ำสัตว์เลี้ยงแบบประหยัดพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง

จุดแข็งและโอกาสของผู้ส่งออกไทย

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า ไทยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและ แมวอันดับ 2 ของโลก โดยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 2,600–2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 3–10% ของตลาดโลก ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและวิธีการนับ สะท้อนศักยภาพของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรไทยที่ แข็งแกร่งในห่วงโซ่อาหารโลก จุดแข็งสำคัญของไทยในธุรกิจสัตว์เลี้ยง ได้แก่

    • อาหารสัตว์เลี้ยง

ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับต้นของโลก โดยเฉพาะอาหารสุนัขและแมว ด้วยความ เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลและการแปรรูปอาหาร ทำให้สามารถพัฒนาเมนูโปรตีนจากปลาและสัตว์น้ำที่มีคุณค่า ทางโภชนาการสูง พร้อมต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียมและ Functional ได้หลากหลาย

    • วัตถุดิบธรรมชาติและสมุนไพรไทย

ไทยมีทรัพยากรทางการเกษตรและสมุนไพรจำนวนมาก เช่น ขมิ้นชัน กระชาย ใบเตย มะขามป้อม ที่สามารถพัฒนาเป็นส่วนผสมเชิงหน้าที่ (Functional Ingredients) ในอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงขนและผิวหนัง หรือช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ซึ่งสร้างจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งได้ อย่างชัดเจน

    • ศักยภาพ OEM/ODM ให้แบรนด์ต่างประเทศ

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานคุณภาพ และกำลังการ ผลิต ทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตในรูปแบบ OEM/ODM ให้กับแบรนด์จากต่างประเทศจำนวนมาก โดยเฉพาะ สินค้าในตลาดพรีเมียมที่ต้องการมาตรฐานสูงและความยืดหยุ่นในการออกสูตร

    • สินค้าไลฟ์สไตล์และงานดีไซน์

งานหัตถกรรมและดีไซน์ไทยมีเอกลักษณ์ สามารถนำมาต่อยอดสู่สินค้า PetLifestyle เช่น เปลและเตียง สัตว์เลี้ยงจากเส้นใยธรรมชาติ เสื้อผ้าและแอคเซสซอรีลายไทยร่วมสมัย ของเล่นแฮนด์เมด หรืออุปกรณ์ตกแต่ง บ้านที่ออกแบบให้กลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์และไลฟ์สไตล์ของเจ้าของ

ความท้าทายสำคัญที่ต้องรับมือ

แม้โอกาสของธุรกิจสัตว์เลี้ยงจะสดใส แต่ผู้ประกอบการไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ได้แก่

    • กฎระเบียบด้านความปลอดภัยอาหารสัตว์ใน EU และ US ที่เข้มงวดขึ้น

ทั้งสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ มีข้อกำหนดด้านสุขอนามัย วัตถุดิบต้องห้าม สารตกค้าง และการติดฉลากที่ ละเอียดมาก รวมถึงการตรวจสอบโรงงานและระบบตรวจสอบย้อนกลับอย่างเคร่งครัด ทำให้ผู้ส่งออกจำเป็นต้อง ลงทุนในมาตรฐานโรงงาน กระบวนการตรวจสอบ และระบบเอกสารอย่างต่อเนื่อง

    • มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและบรรจุภัณฑ์

แนวโน้มกฎระเบียบใหม่ เช่น การคำนวณ Carbon Footprint ของสินค้า มาตรการด้านเศรษฐกิจ หมุนเวียน (Circular Economy) และข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์รีไซเคิลในยุโรป ทำให้ผู้ส่งออกต้องออกแบบ ผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

    • การแข่งขันรุนแรงจากผู้ผลิตรายใหญ่

ผู้ผลิตจากประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน สหรัฐฯ และบางประเทศในยุโรป มีข้อได้เปรียบด้านขนาดการผลิต แบรนด์ที่แข็งแรง และเครือข่ายกระจายสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องแข่งขันด้วย “คุณค่าเพิ่ม” แทน การแข่งด้านราคาอย่างเดียว

    • ความต้องการด้าน Brand Story และความโปร่งใส

ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับที่มาของสินค้า แนวทางการปฏิบัติต่อสัตว์ วัตถุดิบ และแนวคิดด้าน ความยั่งยืน ทำให้ “เรื่องราวแบรนด์” (Brand Story) และการสื่อสารอย่างโปร่งใสกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการ สร้างความเชื่อมั่นและความภักดีต่อสินค้า

กลยุทธ์สู่ความสำเร็จในตลาดโลกสำหรับผู้ประกอบการไทย

เพื่อเปลี่ยนโอกาสในธุรกิจสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน ผู้ประกอบการ ไทยควรให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้

  • พัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (Value-added) ผ่านนวัตกรรมสูตรอาหาร วัตถุดิบเฉพาะทาง และการ ผสมผสานสมุนไพรหรือโปรตีนทางเลือก
  • ยกระดับมาตรฐานสากล ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อรองรับกฎระเบียบและความคาดหวังของผู้นำเข้ารายใหญ่
  • สร้างความแตกต่างด้วยแนวคิด Sustainability และ ESG เช่น การใช้วัตถุดิบในประเทศอย่างมีความ รับผิดชอบ การลดของเสียในกระบวนการผลิต หรือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ลงทุนใน “การสร้างแบรนด์” และการสื่อสารเรื่องราว ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบแนวคิดการดูแลสัตว์ เลี้ยง ไปจนถึงบทบาทของธุรกิจในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคม

ตัวอย่างเช่น ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาอาหารสัตว์เลี้ยงจากโปรตีนแมลงที่เพาะเลี้ยงในประเทศ ผสานกับ สมุนไพรไทยที่มีคุณสมบัติเด่นด้านสุขภาพ บรรจุในบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้หรือรีไซเคิลง่าย พร้อมเล่าเรื่องราวด้าน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสนับสนุนชุมชนเกษตรกรในท้องถิ่น กลยุทธ์เช่นนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสใน การเจาะตลาดยุโรปและตลาดพรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับ ESG และสินค้ายั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ

ในระยะข้างหน้า “ธุรกิจสัตว์เลี้ยง” จะไม่ใช่เพียงตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วไปอีกต่อไป แต่จะเป็นส่วนหนึ่งของ “เศรษฐกิจไลฟ์สไตล์ระดับโลก” ที่เชื่อมโยงทั้งอาหาร สุขภาพเทคโนโลยี และความยั่งยืน ผู้ส่งออกไทยที่เข้าใจเทรนด์และปรับตัวได้เร็ว จะสามารถเปลี่ยนโอกาสนี้ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันระยะยาว และยกระดับ บทบาทของไทยในห่วงโซ่ธุรกิจสัตว์เลี้ยงโลกได้อย่างมั่นคง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 104: สำรวจโอกาสธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทย กับเทรนด์เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงโลก

THINK TRADE THINK DITP ฉบับที่ 104: สำรวจโอกาสธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทย กับเทรนด์เศรษฐกิจสัตว์เลี้ยงโลก

29 เมษายน 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ชี้โอกาส “ธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทย” ในตลาดโลก จากเทรนด์ Pet Humanization และ Wellness Economy พร้อมดันผู้ประกอบการไทยขยายตลาดผ่านงานแสดงสินค้านานาชาติและโครงการ SMEs Pro-active

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย

ถอดรหัสความสำเร็จญี่ปุ่น พลิกโฉมโคเนื้อไทย

26 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษาความสำเร็จของอุตสาหกรรมโคเนื้อของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเนื้อวากิว ที่ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาสินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

24 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด ก่อตั้งปี 2568 ผนึกธนาคารกรุงไทยและสภาหอการค้าฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL ใช้ AI จับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมคู่ค้ากว่า 60,000 ราย พร้อมโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบ KYC คัดกรองความน่าเชื่อถือ หนุน SME ไทยบุกตลาดสากลอย่างมั่นใจและยั่งยืน