
TIHTA เดินหน้าผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมกัญชงอาเซียนภายใน 5 ปี
6 พฤศจิกายน 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) ภายใต้การนำของนายภูมิใจ ขำภโต นายกสมาคมฯ ได้เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์อันทะเยอทะยาน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกัญชงในภูมิภาคอาเซียนภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่ถูกกำหนดขึ้นท่ามกลางความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกที่มองเห็นศักยภาพอันโดดเด่นของไทยในฐานะประเทศที่มีโอกาสสูงในการเป็นผู้นำตลาดกัญชงในภูมิภาคนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ ตอกย้ำถึงทิศทางที่ชัดเจนและมุ่งมั่นของประเทศในการยกระดับอุตสาหกรรมกัญชงให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและพลิกโฉมเกษตรกรรมไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างแท้จริง
แผนการผลักดันดังกล่าวได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐ โดยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนำโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และมีนายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีฯ เป็นหัวหอกสำคัญ ได้แสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนในการส่งเสริมกัญชงให้เป็น “พืชเศรษฐกิจสุขภาพ” ด้วยการดำเนินนโยบายยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนให้ฟาร์มกัญชงทั่วประเทศได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังมีการวางแผนร่วมกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด (NEO) ในการจัดงานแสดงสินค้าและนวัตกรรมกัญชงระดับนานาชาติ เช่น งาน AIHEF 2025 (Asia International HEMP Expo & Forum) ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างการรับรู้ ดึงดูดการลงทุน และเผยแพร่นวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมกัญชงครบวงจร
การผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางกัญชงในอาเซียนครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูง แต่ยังเป็นการสร้าง “New S-Curve” ใหม่ให้กับประเทศ ซึ่งจะนำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและกระจายรายได้สู่เกษตรกรและผู้ประกอบการทุกระดับ อุตสาหกรรมกัญชงมีศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งในด้านอาหาร เครื่องดื่ม ยา เครื่องสำอาง และวัสดุอุตสาหกรรม การผนึกกำลังระหว่างสมาคมการค้าฯ และหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนการจัดงานแสดงสินค้าระดับโลกอย่าง AIHEF 2025 ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยผลักดันให้กัญชง-กัญชาไทยก้าวสู่เวทีโลก สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนมหาศาล และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมและมาตรฐานในอุตสาหกรรมกัญชงระดับภูมิภาคและระดับสากลได้อย่างแท้จริง
สมาคมการค้าอุตสาหกรรมกัญชงไทย (TIHTA) เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมกัญชงอาเซียนภายใน 5 ปี โดยจับมือภาครัฐและเอกชนจัดงาน AIHEF 2025 เพื่อสร้างการรับรู้ ดึงดูดการลงทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิตกัญชงสู่ระดับสากล สู่เป้าหมาย “พืชเศรษฐกิจสุขภาพ” ขับเคลื่อน New S-Curve ให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ “พืชเศรษฐกิจสุขภาพ” ที่นำโดยกัญชง ซึ่งไม่เพียงเป็นพืชที่สร้างผลผลิตเพื่อการบริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นฐานรากของธุรกิจสุขภาพเชิงนวัตกรรมระดับโลก ตั้งแต่อาหารฟังก์ชัน เครื่องดื่มสุขภาพ สมุนไพร ยาจากสารสกัด ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สิ่งทอ และวัสดุก่อสร้างยั่งยืน
ตลาดกัญชงทั่วโลกในปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยมีแรงขับเคลื่อนจากเทรนด์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและความยั่งยืนมากขึ้น สำหรับผู้ประกอบการชาวไทย นี่คือจังหวะสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับเทคโนโลยีการแปรรูปสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ใหม่ให้กับชุมชนในระดับฐานราก
การยกระดับกัญชงไทยสู่ “พืชเศรษฐกิจสุขภาพ” จึงไม่ใช่แค่แนวโน้มของตลาด แต่คือโอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะสร้างแบรนด์ไทยให้โดดเด่นบนตลาดโลก ด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากลและนวัตกรรมที่มีคุณภาพและปลอดภัย

เป้าหมายและวิสัยทัศน์
-
ตั้งเป้าเป็น “ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกกัญชงของอาเซียน” ภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2573.
-
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ New S-Curve Industry ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG (Bio, Circular, Green Economy).
-
เพิ่มมูลค่าตลาดกัญชง-กัญชาของไทยจาก 1,700 ล้านดอลลาร์ ในปี 2025 สู่ 7,100 ล้านดอลลาร์ในปี 2030.
-
ยกระดับรายได้ผู้ประกอบการและเกษตรกรผ่านตลาดส่งออกและการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม.
ยุทธศาสตร์และแนวทางดำเนินงาน
-
ผลักดันมาตรฐานการผลิตและการแปรรูป ตั้งแต่ปลายน้ำถึงต้นน้ำ เช่น Thai Herbal Pharmacopoeia, Premium Herbal Products และมาตรฐาน GACP.
-
สร้าง ecosystem เชื่อมโยงผู้ประกอบการทุกระดับ พร้อมเป็นพี่เลี้ยงถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย.
-
ส่งเสริมนวัตกรรมวัสดุทดแทน สมุนไพรเสริมอาหาร เวชศาสตร์ และการประยุกต์ใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่.
-
ผลักดันกฎหมายและสนับสนุนนโยบายส่งเสริมให้มีความชัดเจน เอื้อต่อการลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดสากล.
การขับเคลื่อนเชิงสากล
-
ก่อตั้งสมาพันธ์เอเชีย (Asia Industrial Hemp Federation) รวมเครือข่ายกับสมาคมและหน่วยงานจากทั้งภูมิภาคเอเชีย ยุโรป และอเมริกา เพื่อเร่งผลักดันมาตรฐานและขีดความสามารถไทยสู่ตลาดโลก.
-
จัดงาน Asia International Hemp Expo & Forum (AIHEF) ที่เปรียบเสมือนเวทีเชื่อมต่อผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักลงทุนทั่วโลก.
ศักยภาพและความได้เปรียบของไทย
-
ไทยมีศักยภาพด้านภูมิอากาศ เกษตรกรรม และระบบนิเวศอุตสาหกรรมสุขภาพ
-
มีกรอบกฎหมายที่สนับสนุนและมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการผลักดันโดยกระทรวงสาธารณสุขและอุตสาหกรรม.
