ผู้เชี่ยวชาญจีนชี้คำพูดทรัมป์สกัดกระแส “เอกราชไต้หวัน” ย้ำสหรัฐฯ ไม่หนุนการแบ่งแยกดินแดน

ผู้เชี่ยวชาญจีนชี้คำพูดทรัมป์สกัดกระแส “เอกราชไต้หวัน” ย้ำสหรัฐฯ ไม่หนุนการแบ่งแยกดินแดน

สำนักข่าวซินหัว

สรุปประเด็น

• ผู้เชี่ยวชาญจีนชี้ทรัมป์ส่งสัญญาณไม่สนับสนุน “เอกราชไต้หวัน”
• ประเด็นไต้หวันยังเป็นหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ
• หลายฝ่ายมองว่าการลดความตึงเครียดช่วยหนุนสันติภาพข้ามช่องแคบ

ปักกิ่ง, 19 พ.ค. (ซินหัว) -- ผู้เชี่ยวชาญจากแผ่นดินใหญ่ของจีนหลายรายระบุว่าถ้อยแถลงล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับไต้หวัน ยิ่งทำลายภาพฝัน "เอกราชไต้หวัน" ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน

"สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้ใครพูดว่าสามารถประกาศเอกราชได้เพราะสหรัฐฯ หนุนหลังอยู่" ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ หลังเสร็จสิ้นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-15 พ.ค. ในการแถลงสรุปการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.) หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่าภาพรวมที่สะท้อนจากการประชุมสุดยอดครั้งนี้คือฝ่ายสหรัฐฯ เข้าใจจุดยืนของจีน ให้ความสำคัญกับข้อกังวลของจีน และไม่ได้เห็นด้วยหรือยอมรับความพยายามประกาศเอกราชของไต้หวันเฉกเช่นเดียวกับประชาคมระหว่างประเทศ

หลิวเซียงผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านไต้หวันศึกษาจากมหาวิทยาลัยหนานจิง กล่าวว่าคำพูดของทรัมป์แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ไม่เห็นด้วย ไม่สนับสนุน และไม่ยอมรับ "เอกราชไต้หวัน" ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่ยอมให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดน "เอกราชไต้หวัน" ใช้สหรัฐฯ เป็นผู้หนุนหลัง ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นแรงกระแทกครั้งใหญ่ต่อไล่ชิงเต๋อ ผู้นำภูมิภาคไต้หวัน และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ที่ยังคงยืนกรานผลักดันเอกราชไต้หวัน

หวังอิงจิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบแห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมินของจีน เห็นว่าต้นตอของความตึงเครียดข้ามช่องแคบในปัจจุบัน มาจากการที่ทางการพรรคฯ ยังคงแสวงหาการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่อวาระ "เอกราช" ของตน ขณะเดียวกันยังมีแรงกดดันจากภายนอกบางส่วนที่พยายามใช้ไต้หวันเพื่อสกัดจีน แต่คำพูดของทรัมป์ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการผลักดัน "เอกราชไต้หวัน" อย่างหุนหันพลันแล่นของใครบางคน และไม่ต้องการถูกดึงเข้าสู่สงครามข้ามมหาสมุทร หวังอิงจินเสริมว่าข้อความดังกล่าวของทรัมป์ทำลายภาพฝันของ "เอกราชไต้หวัน" และยังเป็นคำเตือนต่อทางการพรรคฯ รวมถึงทุกฝ่ายที่ยังยึดติดกับภาพลวงดังกล่าว

ระหว่างการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องต่อวิสัยทัศน์ใหม่ในการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าจะช่วยวางรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อสันติภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน สวีเสี่ยวเฉวียน นักวิจัยจากสถาบันไต้หวันศึกษา สังกัดสถาบันสังคมศาสตร์จีน กล่าวว่าปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นแกนกลางที่สำคัญสูงสุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ซึ่งไม่อาจมองข้าม และมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการสร้างความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

สวีระบุว่าการร่วมกันรักษาเส้นแดงของสันติภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน ไม่เพียงสร้างเงื่อนไขต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังถือเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อโลก และเป็นก้าวจำเป็นที่ทั้งสองประเทศใหญ่ต้องดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามความรับผิดชอบของตน

เซิ่งจิ่วหยวน ผู้อำนวยการศูนย์ไต้หวันศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจียวทง ระบุว่าจีนและสหรัฐฯ มีเป้าหมายร่วมกันในการรักษาสันติภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน โดยฝ่ายสหรัฐฯ ต้องการเห็นทั้งสองฝั่งของช่องแคบแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและการหารืออย่างสันติ ด้านสวีกล่าวเสริมว่าการประชุมสุดยอดจีน-สหรัฐฯ ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าแนวทางของสหรัฐฯ ต่อประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันมีความเป็นเหตุเป็นผลและเป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งช่วยหักล้างวาทกรรมเท็จที่ทางการพรรคฯ พยายามเผยแพร่มาโดยตลอด

ทั้งนี้ หลิวระบุเพิ่มเติมว่าหากมองในระยะยาว แผ่นดินใหญ่ของจีนมีพื้นฐานทรัพยากรที่แข็งแกร่งกว่า มีขีดความสามารถสูงกว่า และอยู่ในจุดยืนทางยุทธศาสตร์ที่ได้เปรียบกว่าในการแก้ไขปัญหาไต้หวัน พร้อมเสริมว่าประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบควรร่วมกันต่อต้านแนวคิด "เอกราชไต้หวัน" ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนอย่างเด็ดขาด ขยายการแลกเปลี่ยนและปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน ตลอดจนร่วมกันส่งเสริมการรวมชาติอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สีจิ้นผิง-ปูติน ดื่มชาหารือในปักกิ่ง ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียสู่ระดับใหม่

สีจิ้นผิง-ปูติน ดื่มชาหารือในปักกิ่ง ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียสู่ระดับใหม่

21 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

สีจิ้นผิงและวลาดิเมียร์ ปูติน ร่วมดื่มชาและหารือที่กรุงปักกิ่ง พร้อมย้ำความสัมพันธ์จีน-รัสเซียบนพื้นฐานความเคารพและความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้ายกระดับความสัมพันธ์และสนับสนุนเสถียรภาพโลกในระยะยาว

สีจิ้นผิง-ทรัมป์เห็นพ้อง 'วิสัยทัศน์ใหม่' สร้างสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

สีจิ้นผิง-ทรัมป์เห็นพ้อง 'วิสัยทัศน์ใหม่' สร้างสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ มีเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

17 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

Xi Jinping และ Donald Trump เห็นพ้องสร้าง “วิสัยทัศน์ใหม่” เพื่อยกระดับความสัมพันธ์จีน–สหรัฐฯ สู่เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ มุ่งขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการเมืองระหว่างประเทศ พร้อมบริหารความแตกต่างและลดความเสี่ยงต่อความขัดแย้งในอนาคต

สีจิ้นผิง-ทรัมป์ เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ” มุ่งสู่เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระยะยาว

สีจิ้นผิง-ทรัมป์ เปิดวิสัยทัศน์ใหม่ “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ” มุ่งสู่เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือระยะยาว

17 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

หวังอี้เผยรายละเอียดวิสัยทัศน์ใหม่ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ หลังการพบกันของสีจิ้นผิงและโดนัลด์ ทรัมป์ มุ่งสร้าง “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์เชิงสร้างสรรค์” ผ่านความร่วมมือ การแข่งขันอย่างเหมาะสม การจัดการความแตกต่าง และการรักษาสันติภาพระยะยาว

ทำเนียบขาวเปิดแผน"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ทรัมป์ ขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจโลก

ทำเนียบขาวเปิดแผน"ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ทรัมป์ ขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ เขย่าเศรษฐกิจโลก

3 เมษายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

เจาะลึกคำสั่งลับของทรัมป์ที่จะปฏิวัติการค้าโลก มาตรการภาษีตอบโต้ 10-50% เริ่ม 5 เม.ย.นี้ ไทยและอาเซียนติดโผอัตราสูงสุด เบื้องหลังสงครามการค้าครั้งใหม่ที่จะเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานโลกไปตลอดกาล และทำไมทรัมป์ถึงมั่นใจว่า 'ภาษีได้ผล'

ทรัมป์ขยับเกมการค้า ประกาศขึ้น "Global Tariff" จาก 10% พุ่งสู่ 15% ทันที

ทรัมป์ขยับเกมการค้า ประกาศขึ้น "Global Tariff" จาก 10% พุ่งสู่ 15% ทันที

22 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / โต๊ะข่าวต่างประเทศ

สถานการณ์การค้าโลกเข้าสู่โหมด "ความไม่แน่นอนขั้นสูงสุด" เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ยกระดับอัตราภาษีนำเข้าทั่วโลก (Global Tariff) จากเดิมที่ประกาศไว้ที่ 10% ขึ้นสู่ระดับ 15% โดยมีผลบังคับใช้ "ทันที"

สีจิ้นผิง-ปูติน พบสื่อในปักกิ่ง ตอกย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์

สีจิ้นผิง-ปูติน พบสื่อในปักกิ่ง ตอกย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์

21 พฤษภาคม 2569

สำนักข่าวซินหัว

สีจิ้นผิงและวลาดิเมียร์ ปูติน ร่วมพบสื่อในกรุงปักกิ่ง พร้อมตอกย้ำความสัมพันธ์จีน-รัสเซียที่ก้าวสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ เดินหน้าความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจ การศึกษา และการประสานบทบาทรักษาเสถียรภาพโลก