
10 สัญญาณจาก Davos 2026 เมื่อการค้าโลกไม่เหมือนเดิม ธุรกิจต้องคิดใหม่ทั้งซัพพลายเชนและตลาด
26 มกราคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
เวที World Economic Forum Annual Meeting 2026 ที่เมืองดาวอส ส่งสัญญาณชัดว่า “การค้าโลกไม่ใช่แค่ผันผวนชั่วคราว แต่กำลังเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” จากแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายอุตสาหกรรมของรัฐ เทคโนโลยีดิจิทัล และความมั่นคงทางซัพพลายเชน บทเรียนสำคัญคือ บริษัทที่ปรับตัวเร็ว วางกลยุทธ์กระจายตลาด–ซัพพลายเออร์ และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ จะได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว ต่อไปนี้คือ 10 ประเด็นสำคัญจาก Davos 2026 ที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้าม
1) ภาษี–การค้า ถูกใช้เป็น “เครื่องมือการเมือง” มากขึ้น
ก่อนเริ่มงาน ดาวอสสั่นสะเทือนจากกรณีสหรัฐขู่เก็บภาษีกับ 8 ประเทศยุโรป จากประเด็นกรีนแลนด์ แม้ท้ายที่สุดจะยุติลง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า มาตรการทางการค้าจะถูกนำมาใช้เพื่อเป้าหมายเชิงอำนาจและความมั่นคงมากขึ้น ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ
ผลต่อธุรกิจ: ความเสี่ยงเชิงนโยบายเพิ่ม ต้องมีแผนรับมือฉุกเฉินและกระจายตลาด
2) การค้าโลกกำลัง “แตกหักเชิงโครงสร้าง” ไม่ใช่วัฏจักร
ผู้นำหลายประเทศชี้ว่า โลกไม่ได้อยู่ในช่วงปรับตัวระยะสั้น แต่เป็นการเปลี่ยนระบบกติกาการค้าใหม่ทั้งหมด แม้การค้าจะยังเติบโต แต่รูปแบบและเส้นทางจะเปลี่ยนไป
ผลต่อธุรกิจ: กลยุทธ์เดิมที่พึ่งพาตลาดเดียวหรือเส้นทางเดียวจะเสี่ยงมากขึ้น
3) ภูมิรัฐศาสตร์เร่งการทำดีลการค้าใหม่
ดีล EU–Mercosur และสัญญาณดีลขนาดใหญ่ระหว่าง EU–อินเดีย สะท้อนว่าประเทศต่าง ๆ เร่งสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจเพื่อถ่วงดุลความเสี่ยง
อย่างไรก็ดี รายงาน WEF พบว่า มีเพียง 20% ของบริษัทที่มีทีมวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์เชื่อมต่อกับฝ่ายบริหารโดยตรง
ผลต่อธุรกิจ: ต้องยกระดับ “Geopolitical Intelligence” เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร
4) นโยบายอุตสาหกรรมรัฐพุ่งแรง
การแทรกแซงเศรษฐกิจของภาครัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้นกว่า 262% เมื่อเทียบกับปี 2019 เพื่อความมั่นคง เทคโนโลยี และความยั่งยืน
ผลต่อธุรกิจ: โอกาสใหม่จากเงินสนับสนุนรัฐ แต่ต้องระวังผลข้างเคียงด้านต้นทุนและกติกาที่ซับซ้อน
5) กลยุทธ์สำคัญที่สุด: “กระจายความเสี่ยง”
ผู้นำ WTO เตือนว่า การพึ่งพาคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์รายเดียวคือจุดอ่อนเชิงยุทธศาสตร์
ผลต่อธุรกิจ: ต้องกระจายทั้งตลาด วัตถุดิบ โลจิสติกส์ และฐานการผลิต
6) แร่หายาก อาจเป็น “น้ำมันยุคใหม่”
การแข่งขันแย่งชิงแร่สำคัญ เช่น ทองแดง โคบอลต์ ลิเธียม เข้มข้นขึ้น แต่ก็เริ่มเห็นความร่วมมือข้ามประเทศเพื่อสร้างเสถียรภาพซัพพลาย
ผลต่อธุรกิจ: อุตสาหกรรมพลังงาน EV และเทคโนโลยี ต้องบริหารความเสี่ยงด้านวัตถุดิบระยะยาว
7) บริการดิจิทัลยังไม่โดนผลกระทบการค้าแรง
ภาคบริการ เช่น ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ท่องเที่ยว และออนไลน์ ยังเติบโตต่อเนื่อง และถูกมองเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ผลต่อธุรกิจ: โอกาสขยายตลาดบริการข้ามพรมแดนยังเปิดกว้าง
8) เทคโนโลยีสร้าง “ทางลัด” ให้ SME แข่งขันได้
AI, Digitalization และระบบข้อมูล ช่วยลดต้นทุนการค้า เพิ่มความเร็ว และเปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลาง–เล็กเข้าถึงตลาดโลก
ผลต่อธุรกิจ: การลงทุนเทคโนโลยีไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเชิงกลยุทธ์
9) การอำนวยความสะดวกทางการค้า = เกราะป้องกันความเสี่ยง
การลดขั้นตอนศุลกากร โลจิสติกส์ และกฎระเบียบ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในภาวะซัพพลายเชนสะดุด
ผลต่อธุรกิจ: บริษัทที่เชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์และข้อมูลได้ดี จะฟื้นตัวได้เร็วกว่า
10) “ความมั่นคง” กลายเป็นโจทย์ใหม่ของการค้า
ภาคธุรกิจเริ่มกังวลว่าคำว่า “ความมั่นคงแห่งชาติ” ถูกตีความกว้างขึ้น และอาจกระทบการลงทุนและซัพพลายเชนในอนาคต
ผลต่อธุรกิจ: ต้องทำ Scenario Planning และบริหารความเสี่ยงเชิงนโยบายอย่างจริงจัง
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
Davos 2026 สะท้อนชัดว่า โลกการค้ากำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ธุรกิจที่อยู่รอดและเติบโตได้ จะต้อง:
- กระจายตลาดและซัพพลายเชน
- ลงทุนเทคโนโลยีและข้อมูล
- ติดตามภูมิรัฐศาสตร์เชิงลึก
- เตรียมแผนรับมือความเสี่ยงเชิงนโยบายและความมั่นคง
ในโลกที่กติกาเปลี่ยนเร็ว “ความยืดหยุ่นและความเร็วในการตัดสินใจ” จะกลายเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดสำหรับนักธุรกิจไทยและนักลงทุนทั่วโลก
