
ธุรกิจ Circular Economy ดาวเด่นใหม่ที่ผู้ประกอบการไทยห้ามมองข้าม
28 มกราคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ความสำคัญกับการยกระดับธุรกิจไทยสู่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือธุรกิจ ‘Circular Economy’ ที่สร้างกำไรควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
Circular Economy ดาวเด่นของโลกธุรกิจใหม่
ธุรกิจเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักของโมเดล BCG (Bio–Circular–Green Economy) ซึ่งมุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ และลดของเสียให้ใกล้ศูนย์มากที่สุด แนวคิดนี้ตอบโจทย์ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การรักษาสิ่งแวดล้อม และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เลือกสินค้าจากผู้ประกอบการที่ใส่ใจโลกมากขึ้น
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าย้ำว่าโมเดล BCG เข้ามากำหนด “มาตรฐานใหม่” ของการทำธุรกิจยุคปัจจุบัน ทั้งในสายตาผู้บริโภค คู่ค้า และนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งต่างให้ความสำคัญกับธุรกิจที่บริหารจัดการกระบวนการผลิตอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ภาพรวมธุรกิจ Circular Economy ในไทย
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีธุรกิจ Circular Economy ที่จดทะเบียนนิติบุคคลเพียง 1,908 ราย คิดเป็น 0.21% ของธุรกิจทั้งหมด แต่มีมูลค่าทุนรวมกว่า 32,395 ล้านบาท ส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัด 1,544 ราย มูลค่าทุน 27,406 ล้านบาท ขณะที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดมี 348 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 6 ราย
ด้านการลงทุนในธุรกิจกลุ่มนี้ ร้อยละ 80 เป็นการลงทุนโดยทุนไทย ตั้งอยู่ในพื้นที่สำคัญ เช่น กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และปทุมธานี ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ แม้ยังเป็นกลุ่มธุรกิจหน้าใหม่ แต่สะท้อนโอกาสเติบโตสูง เพราะจำนวนผู้เล่นยังไม่มากและตลาดยังเปิดกว้าง
แนวโน้มรายได้และโอกาสการเติบโต
หากมองผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี (2563–2565) รายได้รวมของธุรกิจ Circular Economy เติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2563 มีรายได้ 40,154 ล้านบาท เพิ่มเป็น 58,449 ล้านบาทในปี 2564 (เติบโต 45.56%) และพุ่งเป็น 67,320 ล้านบาทในปี 2565 (เติบโตอีก 15.18%) ตัวเลขนี้สะท้อนว่าธุรกิจหมุนเวียนไม่ใช่แนวคิดเชิงอุดมคติ แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้จริงและมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอธิบายว่า ธุรกิจ CE ยังอยู่ในช่วงลงทุนด้านสินทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อปูรากฐานการเติบโตระยะยาว แต่เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกแล้วยังน่าสนใจมาก เพราะคู่แข่งยังไม่มาก ขณะเดียวกันภาครัฐมีมาตรการและนโยบายสนับสนุนธุรกิจ BCG อย่างจริงจัง
ตัวอย่างธุรกิจ CE และการสนับสนุนจากภาครัฐ
หัวใจของธุรกิจ Circular Economy คือการออกแบบกระบวนการผลิตให้ลดการใช้วัตถุดิบ ลดของเสีย และหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดมูลค่าใหม่ เช่น การผลิตเสื้อจากขวดน้ำพลาสติกใช้แล้ว หรือธุรกิจจัดการและหมุนเวียนขยะอย่างครบวงจร แนวทางเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างจุดขายที่แตกต่างให้กับแบรนด์ในสายตาผู้บริโภคยุคใหม่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้พัฒนาธุรกิจชุมชนต้นแบบภายใต้โครงการ DBD SMART Local BCG แล้ว 88 ราย พร้อมช่วยขยายตลาดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งในปี 2566 สามารถสร้างมูลค่าการค้าได้มากกว่า 60 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าร่วมกันระหว่างธุรกิจอุตสาหกรรมกับผู้ประกอบการชุมชน/วิสาหกิจชุมชน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Zero Waste อย่างเป็นรูปธรรม
หัวใจของธุรกิจ Circular Economy คือการออกแบบกระบวนการผลิตให้ลดการใช้วัตถุดิบ ลดของเสีย และหมุนเวียนทรัพยากรให้เกิดมูลค่าใหม่
Circular Economy: โอกาสด้านจ้างงานและการลงทุน
ธุรกิจ CE ไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสำคัญต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ เช่น
-
ด้านการจ้างงาน: กระตุ้นให้เกิดตำแหน่งงานใหม่ที่ต้องใช้แรงงานทักษะสูง การวิจัยและนวัตกรรมด้านวัสดุ การคัดแยก การรีไซเคิล และการออกแบบผลิตภัณฑ์
-
ด้านการลงทุน: เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การจัดการขยะหรือโรงงานหมุนเวียนทรัพยากร ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจต่อความต้องการบริหารขยะของประเทศยังไม่สมดุล
-
ด้านเศรษฐกิจชุมชน: ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่มาตรฐานระดับโลก ด้วยแนวคิด BCG ที่เพิ่มมูลค่าให้ทรัพยากรท้องถิ่นและสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่
ทั้งหมดนี้ทำให้ธุรกิจ Circular Economy ถูกมองว่าเป็น “ดาวเด่น” ที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน พร้อมตอบโจทย์เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
เชิญผู้ประกอบการร่วมโครงการสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

เพื่อต่อยอดโอกาสทางธุรกิจในกระแสเศรษฐกิจหมุนเวียน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วม “โครงการสร้างโอกาสธุรกิจใหม่ สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน (Sustainable Business Opportunity)” ใน 4 กลุ่มธุรกิจแห่งอนาคต ได้แก่ กลุ่ม Recraft, กลุ่ม Zero Waste, กลุ่ม Upcycling และกลุ่ม Carbon Credit พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือก 100 ราย
หากคุณคือผู้ประกอบการที่เชื่อในพลังของธุรกิจเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการก้าวสู่เส้นทางธุรกิจ ‘Circular Economy’ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสีเขียวไปพร้อมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า อย่าพลาดโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมนี้และสมัครได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อสร้างอนาคตธุรกิจของคุณให้เติบโตไปพร้อมกับโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน
สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ smartsustain.dinsorevent.com/register
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
