จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

จับตาดีลลับ กาสิโนถูกกฎหมาย ไทย-สิงคโปร์ "win-win"

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

จุดเริ่มต้นของสถานบันเทิงครบวงจรในประเทศไทย

นับตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามาบริหารประเทศ การเสนอแนวคิดเรื่องสถานบันเทิงครบวงจรที่มีกาสิโนถูกกฎหมายรวมอยู่ด้วย หรือ Entertainment Complex ได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง ด้วยเป้าหมายชัดเจนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียม และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในเวทีการท่องเที่ยวโลก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการศึกษาเมื่อต้นปี 2568 ว่า โครงการสถานบันเทิงครบวงจรจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยในระยะเริ่มต้นของการก่อสร้างจะช่วยเพิ่ม GDP 0.2% และเมื่อเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบคาดว่าจะผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ถึง 0.7%

ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินการลงทุนเริ่มต้นสำหรับโครงการดังกล่าวไว้สูงถึง 100,000 ล้านบาท พร้อมคาดการณ์รายได้จากภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นระหว่าง 119,000-238,000 ล้านบาท

ในด้านการจ้างงาน โครงการนี้มีศักยภาพสร้างตำแหน่งงานโดยตรง 9,000-15,300 ตำแหน่ง คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของอัตราการจ้างงานคนไทย 0.03-0.05% นอกจากนี้ยังจะเกิดการจ้างงานทางอ้อมในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การออกแบบ การขนส่ง และธุรกิจบริการโดยรอบ

รายได้ที่คาดว่าจะเข้าสู่รัฐอยู่ที่ประมาณ 12,037-39,427 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็น: รายได้ภาษีจากกิจการโรงแรมระดับ 5 ดาวและสวนสนุก: 8,773-35,093 ล้านบาทต่อปี รายได้จากกิจการคาสิโน: ขั้นต่ำ 3,264 ล้านบาทต่อปี ค่าธรรมเนียมการเข้าคาสิโน: ขั้นต่ำ 3,700 ล้านบาทต่อปี

สำหรับภาคการท่องเที่ยว โครงการนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5-10% ต่อปี อีกทั้งยังกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (low season) เพิ่มขึ้น 13% และเพิ่มการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปจาก 44,000 บาท เป็น 66,043 บาท

ล่าสุดนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้บรรจุร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรฯ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในนัดพิเศษ วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน 2568 เรียบร้อยแล้ว

 

จับตา Las Vegas Sands ร่วมทุนพัฒนาท่าเรือคลองเตย

 

แหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปิดเผยข้อมูลว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีการพูดคุยระหว่างตัวแทนของรัฐบาลไทยกับผู้บริหารของกลุ่ม Las Vegas Sands Corporation เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุนพัฒนาโครงการที่ท่าเรือคลองเตย

 

"การเจรจาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการสร้างประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะหากมีการเชื่อมโยงเส้นทางเรือสำราญระหว่างท่าเรือคลองเตย เกาะสมุย และมารีน่า เบย์ แซนด์ส ในสิงคโปร์"

 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ว่า "ประเทศไทยและสิงคโปร์ต่างมองเห็นว่า แทนที่จะแข่งขันกันโดยตรง การสร้างเครือข่ายความร่วมมือจะทำให้ทั้งสองประเทศได้ประโยชน์มากกว่า เป็นแนวคิด co-opetition (cooperation + competition) ที่กำลังได้รับความนิยมในการพัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศ"

ท่าเรือคลองเตย: จุดยุทธศาสตร์สำคัญของการพัฒนา
การที่ท่าเรือคลองเตยได้รับการพิจารณาให้เป็นพื้นที่พัฒนาโครงการบันเทิงครบวงจร มีเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ชัดเจน ตามแผนการพัฒนาของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) พื้นที่ท่าเรือคลองเตยกว่า 2,353 ไร่ จะได้รับการปรับโฉมครั้งใหญ่
นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการ กทท. ระบุว่า แผนการพัฒนาท่าเรือคลองเตยแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ Smart City (1,085 ไร่), Smart Port (709 ไร่) และ Smart Community (123 ไร่) โดยมีโครงการสำคัญคือ Bangkok Port Passenger Cruise Terminal บนพื้นที่ 67.41 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ล่าสุด คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทยฉบับใหม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ กทท. สามารถดำเนินธุรกิจอื่นเพิ่มเติมจากการให้บริการท่าเรือเพื่อการขนส่งสินค้า และสามารถจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อร่วมทุนกับเอกชนในการพัฒนาธุรกิจใหม่ 

Thai integrated resorts: Bangkok’s Khlong Toei to rival Singapore’s Marina Bay
Image by: ME49

การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาท่าเรือคลองเตยเป็นไปได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ร่วมทุนกับผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ทั้งนี้ โครงการ Bangkok Port Passenger Cruise Terminal จะได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งผู้โดยสารทางน้ำที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค โดยจะประกอบด้วยอาคารผู้โดยสารระดับพรีเมียม พื้นที่พาณิชยกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร รวมถึงท่าเทียบเรือที่สามารถรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ได้พร้อมกันหลายลำ โครงการท่าเทียบเรือเกาะสมุย จุดเชื่อมต่อสำคัญ ควบคู่ไปกับการพัฒนาท่าเรือคลองเตย รัฐบาลยังเร่งผลักดันโครงการท่าเทียบเรือเกาะสมุย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแหลมหินคม ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี บนพื้นที่กว่า 47 ไร่ ท่าเทียบเรือเกาะสมุยได้รับการออกแบบให้เป็น Cruise Terminal ระดับโลก ประกอบด้วยอาคารผู้โดยสารพื้นที่ 7,200 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,200 คนต่อชั่วโมง

ท่าเรือดังกล่าวจะสามารถรองรับเรือสำราญได้พร้อมกัน 2 ลำ ได้แก่ เรือสำราญขนาดใหญ่ที่บรรทุกผู้โดยสารได้ 4,000 คน และเรือสำราญขนาดกลางที่บรรทุกผู้โดยสารได้ 2,500 คน นอกจากนี้ยังรองรับเรือยอชต์ได้สูงสุด 80 ลำ และเรือเฟอร์รี่สูงสุด 6 ลำ

โครงการนี้มีความยาวหน้าท่า 362 เมตร ความลึกร่องน้ำ 12 เมตร มูลค่าการลงทุนและค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาโครงการรวม 12,172 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2572 และแล้วเสร็จในปี 2575

Thai integrated resorts: Bangkok’s Khlong Toei to rival Singapore’s Marina Bay
Image by: ME49

 

การพัฒนาท่าเรือภูเก็ต: เชื่อมโยงฝั่งอันดามัน

สำหรับฝั่งอันดามัน การพัฒนาท่าเรือภูเก็ตเพื่อรองรับเรือสำราญก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง กรมเจ้าท่าได้วางแผนพัฒนาท่าเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ครอบคลุมเส้นทางเดินเรือทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน เพื่อรองรับการเดินเรือในเส้นทางจากท่าเรือต้นทางที่สิงคโปร์ แวะเข้าจอดที่เกาะภูเก็ต และจังหวัดกระบี่ เป็นการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวระหว่างสองฝั่งทะเลของไทย

ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ตปัจจุบันตั้งอยู่ที่อ่าวมะขาม ตำบลวิชิต อำเภอเมืองภูเก็ต สามารถรองรับเรือสำราญขนาดความยาวได้ถึง 360 เมตร แต่ยังมีข้อจำกัดด้านสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว การพัฒนาในระยะต่อไปจะมุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสาร

จับตาแก้กฎหมายเปิดทางเล่นกาสิโนบนเรือสำราญในน่านน้ำไทย

ประเด็นสำคัญที่กำลังได้รับการพิจารณาคือการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับกิจกรรมบันเทิงบนเรือสำราญในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะการศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับการเปิดให้มีการเล่นกาสิโนบนเรือสำราญที่แล่นอยู่ในน่านน้ำไทย

ปัจจุบัน เรือสำราญขนาดใหญ่ที่มีสถานบันเทิงบนเรือจะต้องปิดให้บริการสถานบันเทิงในช่วงที่อยู่ในน่านน้ำไทย และเปิดให้บริการได้เฉพาะเมื่อแล่นอยู่ในน่านน้ำสากล ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญในการดึงดูดเรือสำราญระดับโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

แนวคิดสำคัญของความร่วมมือระหว่างไทยและสิงคโปร์ ที่จะเปิดทางให้ Las Vegas Sands  เข้ามาพัฒนาท่าเรือคลองเตย คือ การสร้าง "Ocean Tourism Circuit" หรือวงจรการท่องเที่ยวทางทะเลที่เชื่อมโยงจุดหมายปลายทางสำคัญในภูมิภาคเข้าด้วยกัน โดยนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์จะสามารถเริ่มต้นการเดินทางจากมารีน่า เบย์ แซนด์ส ในสิงคโปร์ ล่องเรือมายังท่าเรือคลองเตยในกรุงเทพฯ ต่อไปยังเกาะสมุย และเชื่อมต่อกับภูเก็ต ก่อนวนกลับไปสิงคโปร์อีกครั้ง

ต้องยอมรับว่ากลุ่มทุนอย่าง Las Vegas Sands มีความได้เปรียบในการลงทุนครั้งนี้ เนื่องจากมีฐานลูกค้าระดับไฮเอนด์อยู่แล้วที่มารีน่า เบย์ แซนด์ส และสามารถเชื่อมโยงฐานลูกค้าเหล่านี้มาสู่โครงการในประเทศไทยได้อย่างดี" แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาลกล่าว
ต้องจับตาว่าโมเดลลับ ระหว่างไทยและสิงคโปร์ในโครงการนี้จะสำเร็จหรือไม่