FDI โลกกำลังเขียนแผนที่ใหม่ ไทยต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในเกมการลงทุนยุค AI และพลังงานสะอาด

FDI โลกกำลังเขียนแผนที่ใหม่ ไทยต้องรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงไหนในเกมการลงทุนยุค AI และพลังงานสะอาด

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • FDI โลกกำลังไหลสู่ “AI + พลังงานสะอาด”
    เงินลงทุนใหม่มุ่งสร้างอนาคต (Digital + Green) มากกว่าตามการเติบโตเดิม ทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจโลกเปลี่ยน

  • การแข่งขันดึงดูดทุนรุนแรงขึ้น ประเทศเสี่ยง “หลุดแผนที่”
    สัดส่วน FDI ในประเทศกำลังพัฒนาลดลง ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วยังครองเม็ดเงินหลัก

  • เกมใหม่คือ “ความพร้อมเชิงระบบ” และ South-South FDI
    ใครมีโครงสร้างพื้นฐาน-ทักษะพร้อม จะได้เปรียบ พร้อมกับการเกิดเครือข่ายลงทุนใหม่จากประเทศกำลังพัฒนาเอง

โลกของการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศกำลังเปลี่ยนหน้าตาอย่างเงียบๆ แต่รวดเร็ว และสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดอาจมาจากประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเวียดนาม เมื่อปลายปี 2567 NVIDIA บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ที่มีมูลค่าตลาดแตะ 5 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ได้ลงนามกับรัฐบาลฮานอยเพื่อสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา AI ขณะที่ค่ายรถยนต์ท้องถิ่นอย่าง Kim Long Motor ก็จับมือกับ BYD ยักษ์ใหญ่รถ EV จากจีน สร้างโรงงานแบตเตอรี่มูลค่า 130 ล้านดอลลาร์ในภาคกลางของประเทศ ทั้งสองกรณีนี้ไม่ใช่แค่ข่าวธุรกิจทั่วไป แต่เป็นภาพสะท้อนของกระแสเงินลงทุนโลกที่กำลังเทไปสู่สองทิศทางหลัก คือเศรษฐกิจดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ข้อมูลจาก fDi Markets ของ Financial Times เผยให้เห็นว่าการลงทุน Greenfield ในกลุ่มพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสภาพภูมิอากาศพุ่งขึ้นต่อเนื่องจนแตะ 600,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2566 คิดเป็นสัดส่วน 42% ของ FDI โลก จากที่เคยอยู่เพียง 12% ในปี 2559 ส่วนการลงทุนด้านดิจิทัล ทั้ง AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง ก็ขยับจาก 9% เป็น 38% ในช่วงเวลาเดียวกัน ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไรนักธุรกิจได้มากกว่าที่คิด เพราะมันหมายความว่านักลงทุนทั่วโลกไม่ได้มองหาตลาดที่โตแล้ว แต่กำลังเดิมพันกับตลาดที่กำลังจะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งนี้กระจายไม่เท่าเทียมกัน ประเทศพัฒนาแล้วในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียตะวันออกยังคงครองส่วนแบ่งการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ขณะที่กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนากลับเสียส่วนแบ่ง FDI โดยรวมลง จาก 58% เหลือ 47% ในช่วงปี 2564–2568 เทียบกับห้าปีก่อนหน้า นั่นหมายความว่าการแข่งขันดึงดูดทุนกำลังดุเดือดขึ้น และประเทศที่ไม่เร่งปรับตัวอาจพบว่าตนเองหลุดออกจากแผนที่ของนักลงทุนไปโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือบทบาทใหม่ของเศรษฐกิจเกิดใหม่ในฐานะ "แหล่งทุน" ไม่ใช่แค่ปลายทาง โดยเฉพาะในกลุ่มตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออก และแอฟริกาใต้สะฮารา ที่เริ่มส่งออกการลงทุนไปยังประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน เครือข่าย South-South FDI กำลังก่อตัวขึ้น และจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในทศวรรษหน้า

สำหรับนักธุรกิจ ข้อสรุปสั้นๆ คือ FDI ในยุคนี้ไม่ได้ไหลตามการเติบโตที่มีอยู่แล้ว แต่กำลังพยายามสร้างการเติบโตขึ้นมาใหม่ ประเทศหรือองค์กรที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล กริดพลังงาน และทักษะบุคลากรพร้อมรับการลงทุนรูปแบบใหม่ จะคว้าโอกาสได้ก่อน ส่วนที่เหลือจะเผชิญความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่ล้าสมัยและช่องว่างการพัฒนาที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ คำถามไม่ใช่ว่าคลื่นลูกนี้จะมาถึงหรือเปล่า แต่คือคุณยืนอยู่บนฝั่งไหน


ที่มา: Arlan Brucal, Kanako Nannichi และ Francisco Aguilar Cisneros. "Where global investment is headed: what the data say about digital innovation and the energy transition." World Bank Data Blog, 3 เมษายน 2568.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

สยาม โคโคเพลลิ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL หนุน SME ไทยสู่ตลาดสากล โดยเฉพาะญี่ปุ่น

24 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

บริษัท สยาม โคโคเพลลิ จำกัด ก่อตั้งปี 2568 ผนึกธนาคารกรุงไทยและสภาหอการค้าฯ เปิดตัวแพลตฟอร์ม BIG ADVANCE GLOBAL ใช้ AI จับคู่ธุรกิจไทย-ญี่ปุ่น เชื่อมคู่ค้ากว่า 60,000 ราย พร้อมโซลูชันการเงินครบวงจรและระบบ KYC คัดกรองความน่าเชื่อถือ หนุน SME ไทยบุกตลาดสากลอย่างมั่นใจและยั่งยืน

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

21 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน

12 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

รัฐบาลเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนในยุคดิจิทัล ผ่านโครงการอบรมเข้มข้น 30 วัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,700 คน จากเจ้าหน้าที่สหภาพเยาวชน สมาคม และเยาวชนผู้บุกเบิกทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

เพิ่มศักนภาพ SMEs ด้วย GenAI

เพิ่มศักนภาพ SMEs ด้วย GenAI

14 เมษายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

Generative AI (GenAI) กำลังเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจขนาดเล็ก (SME) โดยช่วยลดต้นทุนและสร้างโอกาสใหม่ๆ เทคโนโลยีนี้ถูกนำมาใช้สร้างสรรค์เนื้อหาทางการตลาดคุณภาพสูง เช่น โฆษณา, ข้อความ, รูปภาพ, เพลง และวิดีโอ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าวิธีดั้งเดิม นอกจากนี้ GenAI ยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าและตลาด ทำให้ SME เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลที่เคยจำกัดอยู่เฉพาะในบริษัทขนาดใหญ่ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน