วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง (ตอนที่ 1)

วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง (ตอนที่ 1)

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

 


รายงานการสำรวจครั้งใหญ่ที่สุดของ Deloitte Global เกี่ยวกับ
Generation Z และ Millennial ในปี 2025

สารบัญ

ตอนที่ 1  วิกฤตการเงิน คนรุ่นใหม่กับค่าครองชีพที่พุ่งแรง
ตอนที่ 2  การศึกษาในยุคใหม่ เมื่อปริญญาไม่ใช่คำตอบเดียว
ตอนที่ 3  AI กับการทำงาน - โอกาสหรือภัยคุกคาม?
ตอนที่ 4 รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน
ตอนที่ 5  ปัญหาสุขภาพจิต - วิกฤตเงียบของคนรุ่นใหม่
ตอนที่ 6 ผู้จัดการยุคใหม่ - เลิกควบคุม เริ่มเป็นโค้ช
ตอนที่ 7 การแสวงหาความหมาย - งานต้องมีจุดประสงค์
ตอนที่ 8 อนาคตการทำงาน - คู่มือสำหรับผู้นำองค์กร


 

รายงานพิเศษ: คนรุ่นใหม่กับความสุขในที่ทำงาน (ตอนที่ 1)



จากการสำรวจครั้งใหญ่ที่สุดของ Deloitte Global เกี่ยวกับ Generation Z และ Millennial ในปี 2025 ที่ครอบคลุมผู้ตอบแบบสอบถาม 23,482 คนจาก 44 ประเทศทั่วโลก เผยให้เห็นวิกฤตการเงินที่รุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจของคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะกลายเป็นกำลังหลักของโลกการทำงาน

ความไม่มั่นคงทางการเงินพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลที่น่าวิตกที่สุดจากการสำรวจปี 2025 คือการเพิ่มขึ้นอย่างมากของความไม่มั่นคงทางการเงิน โดยเกือบครึ่งหนึ่งของ Gen Z (48%) และ Millennial (46%) รู้สึกไม่มั่นคงทางการเงิน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 30% และ 32% ตามลำดับในปี 2024 การเพิ่มขึ้นของความไม่มั่นคงทางการเงินถึง 18% สำหรับ Gen Z และ 14% สำหรับ Millennial ในระยะเวลาเพียงหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของวิกฤตค่าครองชีพที่กำลังกระทบกลุ่มคนทำงานที่มีอายุ 18-42 ปี

ค่าครองชีพ - ปัญหาอันดับหนึ่งเป็นปีที่ 4

ความกังวลเรื่องค่าครองชีพยังคงเป็นปัญหาอันดับหนึ่งเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นจาก 29% ในปี 2022 เป็น 39% ในปี 2025 สำหรับ Gen Z และจาก 36% เป็น 42% สำหรับ Millennial ช่องว่างระหว่างปัญหานี้กับความกังวลอื่นๆ เช่น สิ่งแวดล้อม สุขภาพจิต และความปลอดภัย แสดงให้เห็นว่าค่าครองชีพกำลังกดดันจิตใจของคนรุ่นใหม่อย่างหนัก ซึ่งแตกต่างจากรุ่นก่อนที่อาจมีความกังวลกระจายไปในหลายประเด็น

ชีวิตแบบเงินเดือนหมดทุกเดือน

สถิติที่สะเทือนใจคือมากกว่าครึ่งหนึ่ง (52%) ของทั้งสองกลุ่มอาศัยอยู่แบบเงินเดือนหมดทุกเดือน และมากกว่า 1 ใน 3 (37% Gen Z, 35% Millennial) ดิ้นรนเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตในแต่ละเดือน ยิ่งไปกว่านั้น ประมาณ 40% ของทั้งสองกลุ่มยังกังวลเกี่ยวกับการเกษียณอายุอย่างสบาย แม้ว่าพวกเขาจะยังอยู่ในวัยทำงานและควรมีเวลาอีกหลายทศวรรษในการเตรียมตัว

ปรากฏการณ์ "Phantom Wealth" - ร่ำรวยแต่ไม่รู้สึกร่ำรวย

แม้จะมีรายงานว่าความมั่งคั่งของ Millennial ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 4 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และมีการคาดการณ์ว่า Gen Z จะกลายเป็นรุ่นที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่รู้สึกร่ำรวยสาเหตุหลักคือสิ่งที่เรียกว่า "phantom wealth" หรือความมั่งคั่งเสมือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของสินทรัพย์ที่ไม่สามารถใช้ได้ทันที เช่น บ้านที่มีราคาเพิ่มขึ้นและบัญชีเกษียณอายุ ทำให้แม้จะมีมูลค่าสุทธิที่สูงขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกกดดันทางการเงินในชีวิตประจำวัน

แม้แต่คนมีฐานะดีก็ยังกังวล

เกือบ 1 ใน 3 ของ Gen Z และ Millennial ที่มีความมั่นคงทางการเงิน (30% และ 31% ตามลำดับ) ยังคงกังวลเรื่องค่าครองชีพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่คนที่มีฐานะดีก็ยังรู้สึกไม่มั่นคงเนื่องจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงกว่ารุ่นก่อน สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจัดการเงินส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่กระทบต่อทุกระดับรายได้

ความหมายต่อโลกการทำงาน

วิกฤตการเงินนี้ส่งผลโดยตรงต่อทัศนคติการทำงานของคนรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขามองหาโอกาสในการเปลี่ยนงานเพื่อหาค่าตอบแทนที่ดีขึ้น โดย 26% ของ Gen Z และ 29% ของ Millennial ระบุว่าค่าตอบแทนที่ดีขึ้นเป็นสาเหตุหลักในการวางแผนเปลี่ยนงาน การสำรวจครั้งนี้เผยให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานโลก 74% ภายในปี 2030 กำลังเผชิญกับความท้าทายทางการเงินที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินใจในการทำงาน การใช้จ่าย และการวางแผนชีวิตในอนาคต

 


ข้อมูลจาก Deloitte Global 2025 Gen Z and Millennial Survey ที่สำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 23,482 คน จาก 44 ประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม - 24 ธันวาคม 2024

ตอนหน้า: "การศึกษาในยุคใหม่: เมื่อปริญญาไม่ใช่คำตอบเดียว" อ่านต่อตอนที่ 2

 

 


หน้าหลัก > ผู้นำธุรกิจ