“อีลอน มัสก์ vs OpenAI” เมื่อ AI ไม่ได้ Open อีกต่อไป หรือโลกไม่เคยเปิดตั้งแต่แรก

“อีลอน มัสก์ vs OpenAI” เมื่อ AI ไม่ได้ Open อีกต่อไป หรือโลกไม่เคยเปิดตั้งแต่แรก

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

สรุปประเด็น

  • ความขัดแย้งสะท้อนว่า AI ไม่ใช่แค่นวัตกรรม แต่คือ “อำนาจระดับโลก”

  • โมเดล “Open” มีต้นทุนสูง ทำให้ AI ต้องพึ่งพาเงินทุนและธุรกิจ

  • ประเทศที่ “สร้าง AI ได้” เท่านั้น ที่จะมีสิทธิ์กำหนดอนาคต

“อีลอน มัสก์” ฟ้องทวง “คำสัญญา”
เมื่อ OpenAI ไม่ Open อีกต่อไป
หรือ โลกวันนี้ ไม่เคย Open ตั้งแต่แรก

.
ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบสิบปีก่อน
มีคนเก่งกลุ่มหนึ่ง บอกโลกว่า
“เราจะสร้าง AI เพื่อมนุษยชาติ… ไม่ใช่เพื่อกำไร”
หนึ่งในนั้นคือ “อีลอน มัสก์”
อีกคนคือ “แซม อัลท์แมน”
ก่อตั้งองค์กร “OpenAI” เจ้าของ “ChatGPT”
ชื่อก็บอกว่า “เปิด AI”
ฟังดูเหมือน “นิทาน” ที่ต้องจบด้วย “Happy Ever After” มีความสุขตลอดไป...
แต่วันนี้ มันกลายเป็น “คดีความ” บันลือโลก ไปเสียงั้น!
.
ใช่ครับ โลกเปลี่ยน… 
แต่ผลประโยชน์ของ “คน” ไม่เคยเปลี่ยน
อีลอน บอกว่า OpenAI “ทรยศ”
จาก “องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร” กลายเป็น “เครื่องจักรทำเงิน” ทำเงินมากเสียด้วย...
.

จาก “Open เปิด” กลายเป็น “Closed ปิด”
จาก “ไม่มีเจ้าของ” กลายเป็น “ของ Microsoft”
.
วันนี้ OpenAI จึงไม่ใช่องค์กรในวันนั้นอีกแล้ว
คำถาม คือ วันนั้น เราเข้าใจโลกผิดหรือเปล่า
การสร้าง AI ระดับโลก
ไม่ใช่ทำในห้องทดลองเล็กๆ
มันต้องใช้ “เงินระดับหมื่นล้านดอลลาร์”
ต้องซื้อ “คอมพิวเตอร์ราคาสูงลิ่ว" ที่กินไฟเท่าเมืองหนึ่ง
และต้องมี “คนเก่งที่สุดในโลก” จำนวนมาก เงินเดือนก็แสนแพง
.
คำถาม คือ ถ้าไม่เอาเงินจากธุรกิจ แล้วจะเอาจากไหน
“Open” ในโลกความจริง มีราคาที่ต้องจ่าย
หลายคนบอกว่า OpenAI ไม่ Open แล้ว
.
แต่ลองคิดกลับกัน
ถ้า AI ที่ทรงพลังระดับ GPT
ถูกเปิดหมดแบบไม่มีข้อจำกัด
ใครจะใช้ ใครจะดูแล ต้องใช้เงินมากมายแค่ไหน
.
แล้ว…ผู้ไม่หวังดีล่ะ
โลก AI ไม่ใช่โลกของ “ความตั้งใจดีล้วนๆ”
มันคือโลกของ “พลัง”
และพลัง ต้องมีการควบคุม มีค่าใช้จ่ายมหาศาล
.
อีลอน ผิดไหม …ก็ไม่
เพราะกำลังพูดถึง “อุดมการณ์” ในวันแรก
เขากำลังเตือนว่า
อย่าให้ AI กลายเป็นของบริษัท “เพียงไม่กี่เจ้า”
มาควบคุมโลก AI
.
แต่ในขณะเดียวกัน
อีลอน ก็สร้างบริษัท xAI เจ้าของ “Grok”
เพื่อแข่งกับ “ChatGPT” เช่นกัน
นี่แหละ…ความจริงของโลกธุรกิจ
ไม่มีดำ ไม่มีขาว มีแต่ผลประโยชน์
.
บทเรียนที่ “ประเทศไทย” ต้องคิดหนัก
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดราม่าของ Silicon Valley
แต่มันคือ “คำถามระดับประเทศ”
.
ไทยจะอยู่ตรงไหนในโลก AI
จะเป็น “ผู้ใช้”
เทคโนโลยีของคนอื่น
หรือ จะเป็น “ผู้สร้าง” สร้างของตัวเอง
.

แล้วถ้าจะสร้าง…ใครจะลงทุน 
จะหาคนเก่งจำนวนมาก จากที่ไหน ผลิตทันไหม 
เพราะ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี
มันคือ “อำนาจใหม่ของโลก”
ไม่ทำ ไม่เรียนรู้ ไม่รอด
.
โลกจึงไม่ได้มีแค่ “ถูก” หรือ “ผิด”
มันมีแต่ “ความจริง” ที่ต้องยอมรับ
แม้แต่อภิมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” ก็ปฎิเสธไม่ได้
OpenAI อาจไม่ได้ Open เหมือนเดิม
แต่โลก AI ก็ไม่ใช่โลกที่ “เปิดได้ทุกอย่าง” อีกต่อไป
.
คำถามท้ายสุด “AI จะเป็นของมนุษยชาติ หรือของใครบางคน”
.
คำตอบ…ยังไม่มีใครรู้
แต่สิ่งที่รู้แน่ๆ คือ
คนที่ “สร้าง” เท่านั้น
ถึงจะมีสิทธิ์ “กำหนดเกม”
.
แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไร กับเรื่องนี้ครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

4 เทรนด์องค์ความรู้และทักษะที่ต้องมีในปี 2025 เพื่อไม่ให้ธุรกิจตกขบวน

21 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ปี 2025 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวตาม 4 เทรนด์การพัฒนาทักษะใหม่ ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตและซัพพลายเชน, ความยั่งยืน (Sustainability & ESG), สุขภาพและสุขภาวะ (Health & Wellness) และ AI ในการบริหารธุรกิจ ซึ่งล้วนเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคดิจิทัล