ผลสำรวจ FTI CEO Poll ชี้คอร์รัปชันพุ่ง ต้นทุนธุรกิจเพิ่มเกิน 20% และข้อเรียกร้องให้รัฐปฏิรูป

ผลสำรวจ FTI CEO Poll ชี้คอร์รัปชันพุ่ง ต้นทุนธุรกิจเพิ่มเกิน 20% และข้อเรียกร้องให้รัฐปฏิรูป

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • ผู้บริหารอุตสาหกรรม 85.7% เห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงขึ้นอย่างมาก ส่งผลบั่นทอนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ

  • กว่า 55.5% ระบุว่าต้นทุนธุรกิจเพิ่มเกิน 20% จากคอร์รัปชัน กระทบหนักต่อกำไรและความสามารถแข่งขัน โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs

  • ภาคเอกชนเรียกร้องให้รัฐเร่งปฏิรูปกฎหมายและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มความโปร่งใส เพื่อลดคอร์รัปชันและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ

ผลสำรวจ FTI CEO Poll เผยภาคอุตสาหกรรม 85.7% ชี้ปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงขึ้นอย่างมาก และกว่า 55.5% เผยต้นทุนธุรกิจพุ่งเกิน 20% สร้างภาระหนักแก่ SMEs กระทบความสามารถแข่งขันและโอกาสเติบโต สภาอุตสาหกรรมฯ เร่งเรียกร้องภาครัฐปฏิรูปกฎหมาย ใช้ดิจิทัลเพื่อเพิ่มความโปร่งใส ฟื้นฟูความเชื่อมั่นภาคธุรกิจโดยด่วน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดย หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธาน ส.อ.ท. ได้เปิดเผยผลสำรวจ FTI CEO Poll ครั้งที่ 49 ซึ่งสะท้อนภาพความกังวลอย่างยิ่งของภาคธุรกิจไทย โดยพบว่าผู้บริหารภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ถึง 85.7% เห็นตรงกันว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังคงฝังลึกและบั่นทอนความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์คอร์รัปชันที่เลวร้ายลงนี้ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลสำรวจชี้ว่าผู้บริหารกว่า 55.5% ระบุว่าต้นทุนในการประกอบธุรกิจของตนเองเพิ่มสูงขึ้นเกิน 20% ซึ่งภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่เพียงแต่จะกัดกร่อนผลกำไรของบริษัทเท่านั้น แต่ยังลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชนไทยทั้งระบบในเวทีระดับสากลอีกด้วย

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจขนาดเล็ก ผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเกิน 20% ถือเป็นความท้าทายที่หนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง เนื่องจาก SMEs มักมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและอำนาจต่อรองที่น้อยกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ การแบกรับภาระต้นทุนแฝงจากการคอร์รัปชันนี้จึงส่งผลให้กำไรลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การลงทุนใหม่ๆ เป็นไปได้ยาก และยากต่อการแข่งขันในตลาด การดำเนินธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดจากการทุจริตยังบั่นทอนโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนหรือโครงการต่างๆ ที่ควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

จากสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงนี้ ภาคเอกชนจึงได้ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งดำเนินการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีความเข้มแข็งและทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในทุกกระบวนการของภาครัฐ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยลดช่องโหว่และโอกาสในการทุจริต สร้างความชัดเจนและตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ

การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมจึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างธรรมาภิบาลที่ดี แต่ยังเป็นการลดภาระต้นทุนแฝงที่หนักอึ้ง ช่วยให้ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและแข่งขันได้มากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและยั่งยืนของประเทศในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กสทช. เตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคม

กสทช. เตรียมจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่สำหรับบริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคม

16 เมษายน 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กสทช. เตรียมประมูลคลื่นความถี่ใหม่ปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยมัดรวมย่าน 2100 MHz และ 3500 MHz เพื่อเสริมสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมไทยให้แข็งแกร่ง สนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล และเพิ่มขีดความสามารถให้ SMEs

มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง

มาตรการของ ศบก. เร่งกระจายน้ำมันทั่วประเทศและผ่อนปรนขนส่ง 24 ชั่วโมง

20 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ศบก. เร่งออกมาตรการผ่อนปรนการขนส่งน้ำมัน 24 ชั่วโมง และปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่ทันท่วงที พร้อมให้ SMEs ขนส่งปรับตัวรับโอกาสและความท้าทายจากสถานการณ์ปัจจุบัน

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 1-19 ต.ค. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

20 ตุลาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-19 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

DIT เตรียมควบคุมสินค้าเพิ่ม 12 รายการ พร้อมรับมือผลกระทบต่อ SME จากวิกฤตตะวันออกกลาง

DIT เตรียมควบคุมสินค้าเพิ่ม 12 รายการ พร้อมรับมือผลกระทบต่อ SME จากวิกฤตตะวันออกกลาง

24 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กรมการค้าภายในเตรียมพิจารณาเพิ่มน้ำดื่มและเม็ดพลาสติกเป็นสินค้าควบคุม เพื่อรับมือต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง พร้อมบรรเทาภาระแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค