
ปลื้มใจ 'ครูรัก(ษ์)ถิ่น' ผลิต 295 คนสำเร็จปริญญา กลับสอนร.ร.บ้านเกิด
1 ตุลาคม 2568
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
รอยยิ้มและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ 295 หนุ่มสาวในชุดนักศึกษาสีขาว เดินขึ้นรับประกาศนียบัตรและเข็มสัญลักษณ์พร้อมใจกัน พวกเขาคือ "ครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 2" ผู้ที่กำลังจะเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับการศึกษาไทย
พวกเขาคือเยาวชนจากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ บางคนเติบโตบนหลังเขา บนเกาะห่างไกล หรือในหมู่บ้านชายแดนที่แทบไม่มีใครจดจำ แต่ด้วยผลการเรียนที่โดดเด่นและหัวใจที่อยากเป็นครู พวกเขาได้รับโอกาสจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดประตูสู่ 10 สถาบันผลิตครูชั้นนำทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564
ครูที่ไม่ใช่แค่ครู
ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. 🔗 มองไปยังน้อง ๆ ที่ยืนเรียงแถวด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง "วันนี้เราเห็นพวกเขาใส่ชุดนักศึกษาสีขาว อีกไม่นานจะได้เห็นชุดสีกากี เริ่มต้นชีวิตครูเต็มตัว" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ซึ่งความคาดหวัง

แต่ครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ใช่แค่ครูธรรมดา พวกเขาคือ "ครูนักพัฒนาชุมชน" ที่ผ่านการปลูกฝังแนวคิดพิเศษมาตลอดการศึกษา เพื่อให้เข้าใจบริบทของชุมชนและโรงเรียนอย่างลึกซึ้ง องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจชี้ชัดว่า ภายในปี ค.ศ. 2030-2040 การศึกษาจะต้องมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ หัวใจสำคัญคืออยู่ที่การสร้างครูคุณภาพที่พร้อมเป็นผู้นำความเปลี่ยนแปลง
"อยากฝากให้น้อง ๆ ถามตัวเองเสมอว่า 'ความเป็นครูของเราเริ่มต้นที่ตรงไหนและจะสิ้นสุดลงเมื่อใด' เพราะตราบใดที่ยังตั้งคำถามนี้ เราจะไม่หยุดพัฒนาตัวเอง" ดร.ไกรยสฝากข้อคิดไว้ กลับบ้าน เพื่อเปลี่ยนแปลงบ้าน
ตุลาคมนี้ ทั้ง 295 คนจะออกเดินทางกลับสู่บ้านเกิด ไปยัง 285 โรงเรียนที่กระจายอยู่ใน 45 จังหวัด 73 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ พวกเขาจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เส้นทางที่พวกเขากำลังจะก้าวไปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย 74 คนจะไปสอนในพื้นที่เสี่ยงภัย 69 โรงเรียน, 39 คนขึ้นไปสอนบนภูเขา, 38 คนจะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งโรงเรียนคุณภาพ, 22 คนประจำการตามชายแดน, 13 คนในพื้นที่พิเศษ, 10 คนเข้าไปในพื้นที่ทุรกันดาร, 9 คนไปโรงเรียนพระราชดำริ, 7 คนข้ามทะเลไปสอนบนเกาะ, 3 คนดูแลโรงเรียนชนกลุ่มน้อย และอีก 80 คนกระจายไปตามโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล นั่นหมายความว่าเด็กนักเรียนกว่า 50,000 คนทั่วประเทศกำลังรอคอยครูคนใหม่เหล่านี้อยู่
เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกัน
ความสำเร็จของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ได้เกิดจากคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลจากการทำงานเชิงบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ที่มุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คือการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และสร้างครูที่เข้าใจบริบทชุมชนของตนเองอย่างแท้จริง

โครงการนี้ไม่เพียงแต่แก้ปัญหาการขาดแคลนครูและการโยกย้ายบ่อยในพื้นที่ห่างไกล หากยังเป็นต้นแบบการผลิตครูรูปแบบใหม่ในสถาบันอุดมศึกษา ที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของโรงเรียนและชุมชน
295 ดวงดาวแห่งความหวังเหล่านี้กำลังเตรียมตัวบินกลับไปสู่ท้องถิ่นของตน พวกเขาพร้อมแล้วที่จะเป็นครูรุ่นใหม่ที่จะขับเคลื่อนการศึกษาไทยท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง พร้อมที่จะเขียนเรื่องราวใหม่ให้กับเด็ก ๆ ในบ้านเกิดที่พวกเขารัก และรักษาไว้ด้วยหัวใจ
