
กลยุทธ์การปรับตัวของบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ในภาวะตลาด FMCG อิ่มตัว
5 พฤษภาคม 2569
Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS
สรุปประเด็น
-
ตลาด FMCG ไทยกำลังอิ่มตัว เติบโตติดลบ และมีผู้บริโภคหน้าใหม่ลดลงจากจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่หดตัวต่อเนื่อง
-
ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้า “ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี” ภายใต้การนำของประเสริฐ สุรัตนเมธากุล ตั้งเป้ารายได้ 30,000 ล้านบาทท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย
-
การทรานส์ฟอร์มของผู้เล่นรายใหญ่ทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น แต่เปิดโอกาสให้ SMEs ใช้ความคล่องตัวเจาะ Niche Market พัฒนาสินค้า/บริการต่างจากรายใหญ่ และสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืน
สถานการณ์ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อภาพรวมของตลาดเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวและมีแนวโน้มการเติบโตติดลบ ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าปัจจัยหลักเกิดจากการลดลงอย่างต่อเนื่องของจำนวนเด็กเกิดใหม่ ส่งผลให้จำนวนผู้บริโภคหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแทบจะไม่มี การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรนี้บีบให้ผู้ประกอบการทุกรายในอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับตัวและกำหนดทิศทางใหม่เพื่อรับมือกับความท้าทาย
ด้วยวิกฤตที่ปรากฏนี้ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด ได้ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในรอบสองทศวรรษ ภายใต้ชื่อ "ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี" โดยมี คุณประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการคนใหม่ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง การปรับทัพครั้งนี้สะท้อนความตระหนักถึงสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง และแสดงความมุ่งมั่นที่จะรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 30,000 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในภาวะตลาดปัจจุบัน
การประกาศกลยุทธ์ "ทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่" ของ ไลอ้อน ไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงภายในองค์กร แต่ยังส่งสัญญาณถึงการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด Fast-Moving Consumer Goods (FMCG) โดยรวม ผู้เล่นรายใหญ่จะยิ่งต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ปรับกลยุทธ์การตลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อดึงดูดผู้บริโภคในตลาดที่มีขนาดไม่ขยายตัว การเปลี่ยนแปลงนี้จะผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรม FMCG การปรับตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ไลอ้อน ถือเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสในคราวเดียวกัน ในแง่ของความท้าทาย SMEs อาจเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา นวัตกรรม และการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่รุนแรงขึ้น การตลาดแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้บริโภคในตลาดที่ไม่มีผู้ใช้หน้าใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยความได้เปรียบด้านความยืดหยุ่นและคล่องตัว SMEs สามารถใช้โอกาสนี้ในการเจาะตลาดเฉพาะ (Niche Market) ที่ผู้เล่นรายใหญ่อาจมองข้าม หรือมุ่งเน้นการพัฒนา ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีความแตกต่าง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด การสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้า พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายที่เข้าถึงง่าย และการนำเสนอเรื่องราวของแบรนด์ที่น่าสนใจ จะเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ SMEs สามารถยืนหยัดและเติบโตได้ในตลาด FMCG ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงนี้






