ทำไมเศรษฐีโลกถึงหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ จนกระโดดขึ้น TOP 11 เมืองแพงสุดในปีเดียว?

ทำไมเศรษฐีโลกถึงหลั่งไหลเข้ากรุงเทพฯ จนกระโดดขึ้น TOP 11 เมืองแพงสุดในปีเดียว?

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

"กรุงเทพมหานคร" ก้าวกระโดดขึ้นสู่อันดับ 11 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับเศรษฐี เพิ่มขึ้นถึง 6 อันดับจากปีที่ผ่านมา ตามรายงาน Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ของธนาคาร Julius Baer ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดหรูหราเอเชียและตำแหน่งใหม่ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกของผู้มีฐานะ


ปรากฏการณ์ "กรุงเทพฯ พุ่งแรง" ในเวทีโลก

ธนาคาร Julius Baer ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารความมั่งคั่งของสวิตเซอร์แลนด์ เผยแพร่รายงานประจำปีที่วัดค่าครองชีพสินค้าและบริการหรูหราใน 25 เมืองสำคัญทั่วโลก พบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีการเพิ่มขึ้นของอันดับมากที่สุดในเอเชีย ร่วมกับกรุงโตเกียว โดยขยับจากอันดับ 17 ในปี 2024 มาอยู่ในอันดับ 11 ของปี 2025

การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดนี้เกิดขึ้นแม้ในช่วงที่ ดัชนีราคาสินค้าหรูหราโลกลดลง 2% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี อันเป็นผลจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก รวมถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐอเมริกา

ราคาพุ่งแรงในหลากหลายหมวดสินค้า

รายงานระบุว่า ราคาสินค้าและบริการหรูหราในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 4.1% ในสกุลเงินไทย โดยสินค้าที่มีการปรับราคาสูงที่สุด ได้แก่

  • โรงแรม 5 ดาว ปรับขึ้น 18.6% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรูหราและการเปิดโรงแรมแบรนด์ดังใหม่ๆ อย่าง Four Seasons, Edition และ Rosewood
  • ชุดสูทผู้ชายสั่งตัด พุ่งขึ้น 17.3% จนติดอันดับ 3 แพงสุดในโลก ตามด้วย นาฬิกาหรู ที่เพิ่ม 14.7% (อันดับ 4 โลก) และ เที่ยวบินชั้นธุรกิจ ที่แพงขึ้น 13.9%
  • รถยนต์หรู ซึ่งปรับราคาเพิ่ม 10.1% ทำให้กรุงเทพฯ ติดอันดับ 3 เมืองที่มีรถหรูแพงที่สุดในโลก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่สินค้าทุกประเภทที่แพงขึ้น แชมเปญ ลดราคาลง 15.6% และผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี เช่น MacBook ถูกลง 20.6% ตามเทรนด์การแข่งขันและนโยบายภาษีใหม่


แผนที่ความแพงเอเชีย: ไทยแซงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ในภูมิภาคเอเชีย กรุงเทพฯ กระโดดขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของภูมิภาค รองจาก:

  • อันดับ 1 โลก - สิงคโปร์ ยังคงครองแชมป์เมืองแพงสุดในโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ด้วยระบบการเงินที่แข็งแกร่งและโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์
  • อันดับ 3 โลก - ฮ่องกง ตกจากอันดับ 2 เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองส่งผลกระทบต่อตลาดหรูหรา
  • อันดับ 6 โลก - เซี่ยงไฮ้ ล่าถอยอย่างมาก หลังจากเคยเป็นอันดับ 1 ของโลกเมื่อ 3 ปีก่อน สะท้อนผลกระทบจากนโยบายและสภาวะเศรษฐกิจจีน


ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต: จากนโยบายสู่พฤติกรรมผู้บริโภค
กระแสการไหลเข้าของเงินลงทุน

ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นปัจจัยสำคัญหลายประการที่ผลักดันให้กรุงเทพฯ กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเศรษฐีโลก

  • นโยบายรัฐบาล อย่างโครงการ Thailand Elite, วีซ่าระยะยาว LTR (Long-term Resident) และสิทธิพิเศษจาก BOI ได้สร้างความน่าสนใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ
  • ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ ที่เป็นจุดเชื่อมต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับสถานะเป็นฮับการเงินภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น
  • อุปทานที่ขยายตัว จากการเปิดโรงแรมหรูหราแบรนด์ดังระดับโลก การขยายห้างสรรพสินค้าหรูหรา และการเปิดแฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์เนมชั้นนำ

 

เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเศรษฐีเอเชีย

การสำรวจพฤติกรรมเศรษฐี (Julius Baer Lifestyle Survey) เผยให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจ โดยเศรษฐีเอเชีย 100% กำลังลงทุนดูแลสุขภาพเพื่ออายุยืน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก ในไทย เศรษฐีเพิ่มการใช้จ่ายทุกหมวด โดยเฉพาะ:

  • โรงแรมหรู 65%
  • เสื้อผ้าแฟชั่น 63-65%
  • นาฬิกาหรู 64%
  • รถยนต์ 64%

การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความเชื่อมั่นในเสถียรภาพและศักยภาพการเติบโตของประเทศไทย


ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย: โอกาสและความท้าทาย

ด้านบวก: เครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจ

การขึ้นแท่นเป็นจุดหมายของเศรษฐีโลกส่งผลดีหลากหลายด้าน

  • อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหรูหรา ได้รับอานิสงส์โดยตรง จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปหลายเท่าตัว
  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ คึกคัก จากความต้องการที่อยู่อาศัยและการลงทุนของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในย่านใจกลางเมืองและพื้นที่ติดรถไฟฟ้า
  • การจ้างงานในภาคบริการหรูหรา เพิ่มขึ้น สร้างโอกาสการงานใหม่ตั้งแต่ระดับผู้ให้บริการส่วนบุคคล ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุน
  • รายได้ภาครัฐ จากภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
     

ด้านลบ: ความเหลื่อมล้ำที่กว้างขึ้น

อย่างไรก็ตาม การเป็นเมืองแพงสำหรับเศรษฐีก็มาพร้อมกับความท้าทาย

  • ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ อาจทวีความรุนแรง เมื่อต้นทุนการครองชีพเพิ่มขึ้นในขณะที่รายได้ของคนไทยทั่วไปยังไม่เพิ่มตาม
  • ปัญหาที่อยู่อาศัย สำหรับชนชั้นกลางและประชาชนทั่วไป เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ยอดนิยมปรับตัวสูงขึ้น
  • การจราจรและโครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจไม่รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ฟันเฟืองการแข่งขัน: ไทย vs คู่แข่งใหญ่

เปรียบเทียบจุดแข็งจุดอ่อน

เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ ไทยมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนหลายด้าน

  • เทียบกับสิงคโปร์ (อันดับ 1): แม้สิงคโปร์จะมีระบบการเงินและความมั่นคงที่เหนือกว่า แต่ไทยมีพื้นที่กว้างขวาง ค่าครองชีพที่ถูกกว่า และวัฒนธรรมที่หลากหลาย
  • เทียบกับฮ่องกง (อันดับ 3): ขณะที่ฮ่องกงประสบปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง ไทยมีเสถียรภาพและนโยบายที่เป็นมิตรต่อนักลงทุน
  • เทียบกับเซี่ยงไฮ้ (อันดับ 6): การที่เซี่ยงไฮ้ตกจากอันดับ 1 เมื่อ 3 ปีก่อนมาเป็นอันดับ 6 แสดงถึงโอกาสที่ไทยสามารถชิงส่วนแบ่งตลาดได้


อนาคตของ "โมนาโกแห่งเอเชีย"

แนวโน้ม 2025-2026: ปัจจัยผลักดัน

ผู้เชี่ยวชาญจาก Julius Baer คาดการณ์ว่า กรุงเทพฯ มีโอกาสขึ้นสู่ท็อป 10 ในปี 2026 หากเทรนด์ปัจจุบันยังคงดำเนินต่อไป

ปัจจัยที่จะช่วยผลักดัน ได้แก่:

  • การเปิดประเทศเต็มรูปแบบ หลังโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางและการลงทุนข้ามประเทศกลับมาคึกคักปกติ
  • โครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอุตสาหกรรมชั้นสูง
  • การเชื่อมต่อภูมิภาค ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานขนส่งอื่นๆ
  • นโยบายดิจิทัลและนวัตกรรม ที่จะดึงดูดเศรษฐีรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี


ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

ขณะเดียวกัน มีความเสี่ยงหลายประการที่อาจส่งผลกระทบ:

  • สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ อาจส่งผลต่อกระแสการลงทุนและการค้าในภูมิภาค
  • ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ ที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
  • การแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนามและอินโดนีเซีย ที่กำลังพัฒนาตัวเองให้เป็นจุดหมายของนักลงทุน

บทสรุป: โอกาสทองของไทย

การที่กรุงเทพฯ ก้าวขึ้นสู่อันดับ 11 เมืองแพงสุดในโลกสำหรับเศรษฐีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจโลกที่เอเชียมีบทบาทเพิ่มขึ้น ความสำเร็จของนโยบายดึงดูดการลงทุน และการยอมรับในระดับสากลว่าไทยเป็นจุดหมายที่น่าอยู่สำหรับผู้มีฐานะ

ความท้าทายสำคัญคือการใช้โอกาสทองนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ โดยไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำที่มากเกินไป รัฐบาลและภาคเอกชนจำเป็นต้องทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนานโยบายที่สมดุล ที่ทั้งดึงดูดเศรษฐีต่างชาติและสร้างโอกาสให้กับคนไทย

การเดินทางสู่การเป็น "โมนาโกแห่งเอเชีย" เพิ่งเริ่มต้น และหากไทยสามารถรักษาโมเมนตัมนี้ได้ กรุงเทพฯ อาจกลายเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในอนาคตอันไม่ไกลนี้

 

 


จัดทำจากข้อมูล Julius Baer Global Wealth and Lifestyle Report 2025 ที่สำรวจราคาสินค้าและบริการ 20 รายการในเมืองสำคัญ 25 แห่งทั่วโลก และการสำรวจพฤติกรรมเศรษฐี 360 คนใน 15 ประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมเงินเดือน 20,000 บาท วันนี้ถึงจนกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน? AI มีคำตอบ พร้อมการปรับตัว

ทำไมเงินเดือน 20,000 บาท วันนี้ถึงจนกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน? AI มีคำตอบ พร้อมการปรับตัว

11 มิถุนายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

"ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงบ่นว่าเงินเดือน 20,000 บาทไม่พอใช้ ทั้งที่รุ่นพ่อแม่เคยอยู่ได้ด้วยเงินน้อยกว่านี้?" เราขอให้ Claude AI ช่วยวิเคราะห์ปรากฏการณ์ "เงินเฟ้อซ่อนตัว" ที่ทำให้เงินเดือน 20,000 บาทในปี 2025 กลายเป็น "เงินเดือนจน" เมื่อเทียบกับ 10 ปีก่อน และหาทางออกให้คนทำงานยุคใหม่

Monday Recap 8-14 ก.ย. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

Monday Recap 8-14 ก.ย. 2568 : ข่าวธุรกิจ รอบประจำสัปดาห์ ทั้งข่าวไทยและ ข่าวต่างประเทศ

15 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ภาพรวมข่าวธุรกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมา (8-14 กันยายน 2568) มุ่งเน้นไปที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การผนึกกำลังระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย และการปรับตัวของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นและตั้งความหวังต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเรียกร้องให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจโดยเร็วที่สุด

ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยพุ่ง–เศรษฐกิจมีลุ้นฟื้นแรงครึ่งหลังปี 69

ภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง หนุนหุ้นไทยพุ่ง–เศรษฐกิจมีลุ้นฟื้นแรงครึ่งหลังปี 69

10 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ชัยชนะที่ชัดเจนของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งได้สร้างความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพและความต่อเนื่องทางนโยบาย ส่งผลให้ตลาดการเงินไทยตอบรับเชิงบวกและเป็นสัญญาณดีต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ตลาดหุ้นไทยพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี