เวียดนามชู 3 เป้าหมายอาเซียน 2045: จากผู้ตามสู่ผู้กำหนดทิศทางโลก

เวียดนามชู 3 เป้าหมายอาเซียน 2045: จากผู้ตามสู่ผู้กำหนดทิศทางโลก

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • อาเซียนต้องเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ปรับตัวตามกระแสโลก" มาเป็น "ผู้ร่วมกำหนดทิศทางของโลก" โดยสร้างมาตรฐานและกติกาใหม่ ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี
  • อาเซียนต้องก้าวพ้นบทบาท "ฐานการผลิต" และ "ทางผ่านของห่วงโซ่อุปทาน" สู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่คิดค้นและสร้างเทคโนโลยีเอง ด้วยการลงทุนในทุนมนุษย์และเศรษฐกิจดิจิทัล
  • ความสำเร็จของอาเซียนต้องไม่วัดแค่ตัวเลข GDP แต่ต้องวัดจากคุณภาพชีวิตของประชาชน การลดความเหลื่อมล้ำ และการสร้างโอกาสให้เยาวชน สตรี และกลุ่มเปราะบาง

โลกกำลังเปลี่ยนขั้ว ภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน ห่วงโซ่อุปทานโลกถูกปรับวาง และเทคโนโลยีดิจิทัลพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรม อาเซียนจะยืนอยู่ตรงไหนในระเบียบโลกใหม่นี้ และนักธุรกิจในภูมิภาคจะหาโอกาสได้จากที่ไหน?

ในเวที ASEAN Future Forum 2026 ณ กรุงฮานอย นายเล มิงห์ ฮุง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนในนามของประธานอาเซียน: ถึงเวลาแล้วที่อาเซียนต้องหยุดเป็นเพียงผู้ปรับตัวตามกระแสโลก และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมกำหนดกติกาการค้า มาตรฐานนวัตกรรม และทิศทางเศรษฐกิจของโลกอย่างแท้จริง สัญญาณนี้ไม่เพียงมีนัยทางการเมือง แต่ยังหมายถึงโอกาสและความท้าทายใหม่ที่ภาคธุรกิจในภูมิภาคต้องเตรียมรับมือ

สุนทรพจน์ปาฐกถาพิเศษของนายกรัฐมนตรีเวียดนาม
ในการเปิดการประชุม ASEAN Future Forum 2026

ฯพณฯ ผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน
ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน
สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ

ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กล่าวถ้อยคำในเวที ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ที่กรุงฮานอย ในนามของรัฐบาลเวียดนาม ผมขอแสดงความยินดีต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอขอบคุณอย่างจริงใจต่อผู้เข้าร่วมทุกท่าน การมาร่วมงานของท่านในวันนี้ เป็นหลักฐานอันชัดเจนของมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่เชื่อมเราเข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งสู่ภูมิภาคที่สันติ มั่นคง และมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

ผมขอส่งคำทักทายอย่างอบอุ่นไปยัง ฯพณฯ โซเนกเซย์ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว; ฯพณฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา; ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทย; ฯพณฯ ซานานา กุสเมา นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต; และ ฯพณฯ ดร. เกา คิม ฮอร์น เลขาธิการอาเซียน

การประชุม ASEAN Future Forum 2026 มีความสำคัญเป็นพิเศษ หัวข้อของการประชุมครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนคุณค่าหลักที่นิยามความเป็นอาเซียน แต่ยังชี้ทิศทางที่สมาคมของเราควรดำเนินไปในอีกหลายปีข้างหน้า

ผมขอเริ่มต้นด้วยคำถามหนึ่ง ซึ่งเราคุ้นเคยกันดีเมื่อต้องพูดถึงอนาคต ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง คำถามที่อยู่ตรงหน้าเราไม่ใช่เพียง “อาเซียนจะปรับตัวอย่างไร” เท่านั้น แต่คือ “อาเซียนจะกำหนดอนาคตของตนเองในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างไร”

เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด 59 ปีแห่งพัฒนาการ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียน ไม่ใช่เพียงเรื่องประชากรเกือบ 700 ล้านคน หรือสถานะในฐานะหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจโลก หากแต่คือความสามารถในการก้าวข้ามความแตกต่าง สร้างความไว้วางใจ ขยายความร่วมมือ และหลอมรวมกันเป็นประชาคมที่เปี่ยมด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวและความยืดหยุ่นเข้มแข็ง ภายใต้แนวคิด “เอกภาพบนความหลากหลาย”

หากกล่าวได้ว่า การเดินทางเกือบหกทศวรรษที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาแห่งการสถาปนอัตลักษณ์ของอาเซียน ทศวรรษข้างหน้าคือช่วงเวลาที่เราต้องร่วมกัน “ออกแบบอนาคตของอาเซียน” ท่ามกลางโลกที่ฐานของพลังทางเศรษฐกิจ ภาวะผู้นำด้านเทคโนโลยี และอิทธิพลในเวทีโลก กำลังถูกนิยามขึ้นใหม่

เทคโนโลยีกำลังนิยามความสามารถในการแข่งขันขึ้นมาใหม่ ปัญญาประดิษฐ์กำลังนิยามภาพใหม่ของผลิตภาพ ข้อมูลกำลังนิยามความหมายใหม่ของ “อำนาจ” และการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังนิยามโมเดลการพัฒนาใหม่

เทคโนโลยีกำลังนิยามความสามารถในการแข่งขันขึ้นมาใหม่ ปัญญาประดิษฐ์กำลังนิยามภาพใหม่ของผลิตภาพ ข้อมูลกำลังนิยามความหมายใหม่ของ “อำนาจ” และการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกำลังนิยามโมเดลการพัฒนาใหม่

ในจุดเปลี่ยนสำคัญเช่นนี้ ความได้เปรียบจะไม่ตกเป็นของประเทศที่มีทรัพยากรมหาศาลเท่านั้น แต่ยังเป็นของประเทศและภูมิภาคที่มีศักยภาพในการช่วยกำหนดกติกาและมาตรฐานใหม่ของยุคสมัย เวียดนามเชื่อว่า อาเซียนสามารถ และจำเป็นต้อง เป็น “ผู้เล่นเชิงรุก” ในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการปรับตัวตามกระแสโลก แต่ร่วมกันช่วย “กำหนดทิศทาง” ของกระแสนั้น

เพื่อให้บรรลุความมุ่งหวังดังกล่าว อาเซียนต้องยังคงดึงพลังมาจากคุณค่าเดิมที่เป็นรากฐานแห่งความสำเร็จ ได้แก่ ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว ความยืดหยุ่น และเอกภาพบนความหลากหลาย พร้อมกันนั้นต้องยอมรับแนวทางที่สร้างสรรค์มากขึ้น คือ ยึดมั่นฉันทามติในเรื่องคุณค่า แต่คล่องตัวในเชิงปฏิบัติ แน่วแน่ในหลักการ แต่สร้างสรรค์ในแนวทาง ดำรงอัตลักษณ์ของตนไว้ ขณะเดียวกันก็รุกคว้าโอกาสจากความเปลี่ยนแปลงในยุคใหม่อย่างเชิงรุก

เมื่อเราเริ่มออกเดินทางตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ. 2045 ผมเชื่อว่า
อาเซียนควรตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ 3 ระดับสำคัญ ดังนี้

หนึ่ง อาเซียนไม่ควรเป็นเพียง “ผู้ร่วมอยู่ในกระแสโลก” แต่ต้องมีบทบาท “ช่วยกำหนดกระแสโลก

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อาเซียนเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับประโยชน์อย่างมากจากสันติภาพ การผนวกรวมทางเศรษฐกิจ และการค้าเสรี แต่ในโลกที่กำลังแตกแยกเป็นกลุ่มและแข่งขันกันเข้มข้นขึ้น อาเซียนจำเป็นต้องมีบทบาทที่แข็งแกร่งกว่าเดิมในการช่วยกำหนดบรรทัดฐาน กติกา และกรอบความร่วมมือใหม่ ตลอดจนการจัดการความเห็นต่างบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ

อาเซียนควรก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางของการสนทนา” เป็น “จุดโฟกัสของความร่วมมือ” และเป็น “สมอแห่งความไว้วางใจ” ในภูมิภาค ด้วยบทบาทเช่นนี้ อาเซียนจะสามารถสร้างคุณูปการที่โดดเด่นต่อสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาในภูมิภาคของเราและไกลออกไป

สอง อาเซียนไม่ควรเป็นเพียง “ฐานการผลิต” แต่ต้องเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรม”

กำลังแรงงานและภูมิศาสตร์เชิงยุทธศาสตร์ทำให้อาเซียนเป็นห่วงโซ่อุปทานที่ขาดไม่ได้ของโลก แต่ในยุคดิจิทัล อนาคตจะเป็นของเศรษฐกิจที่ไม่เพียงผลิตได้ หากแต่ “คิดค้นได้” อาเซียนไม่ควรเป็นแค่ที่ซึ่งเทคโนโลยีถูกนำมาใช้เท่านั้น แต่ควรเป็นที่ซึ่งเทคโนโลยี “ถูกสร้างขึ้น” ด้วย

อาเซียนไม่ควรเป็นเพียง “ทางผ่านของห่วงโซ่อุปทาน” แต่ต้องเป็น “พื้นที่ที่สร้างห่วงโซ่คุณค่า” สิ่งนี้ต้องอาศัยการลงทุนที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล และทุนมนุษย์คุณภาพสูง เป้าหมายคือการสร้างระบบนิเวศเทคโนโลยีและดิจิทัลของอาเซียนที่สะท้อนคุณค่าของเราเอง ขณะเดียวกันก็มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญต่อวิวัฒนาการของมาตรฐานและบรรทัดฐานระดับโลก

สาม อาเซียนไม่ควรเป็นเพียง “ประชาคมของรัฐ” แต่ต้องเป็น “ประชาคมที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง”

ตัวชี้วัดสูงสุดของยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้งหลาย ไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่คือ “คุณภาพชีวิตของประชาชน” นวัตกรรมที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำถ่างกว้างออก ไม่อาจเรียกว่าเป็นความก้าวหน้าได้อย่างแท้จริง ในทำนองเดียวกัน การเติบโตที่ขาดความครอบคลุมก็ไม่อาจยั่งยืน

อาเซียนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่ควรถูกวัดเพียงจากจีดีพี แต่ต้องวัดจากโอกาสที่มอบให้แก่เยาวชน พลังที่ส่งเสริมผู้หญิง บทคุ้มครองที่มอบให้กับกลุ่มเปราะบาง และระดับที่ประชาชนทุกคนรู้สึกถึง “การเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง” ของประชาคมนี้

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียนในช่วงหกทศวรรษที่ผ่านมา คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า ความแตกต่างไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความแตกแยก เอกภาพไม่จำเป็นต้องขจัดความหลากหลายออกไป และการบูรณาการไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอัตลักษณ์

ส่วนคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาเซียนในหลายทศวรรษข้างหน้า จะอยู่ที่การพิสูจน์ให้โลกเห็นถึงความจริงอีกประการหนึ่ง นั่นคือ “ประชาคมที่เป็นเอกภาพและมีความยืดหยุ่นสูง สามารถเป็นผู้กำหนดทิศทางสันติภาพ ความร่วมมือ และความมั่งคั่งให้กับภูมิภาคและโลกได้อย่างแท้จริง”

บนเส้นทางนั้น เวียดนามจะยังคงยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งมวล ด้วยความมุ่งมั่นร่วมกันในการ “ร่วมกันกำหนดอนาคต” อย่างสุดหัวใจและสุดความสามารถ อนาคตของเวียดนามแยกจากอนาคตของอาเซียนไม่ได้ เช่นเดียวกับที่แยกจากสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาคของเราไม่ได้เช่นกัน

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจรับฟัง

เล มิงห์ ฮุง
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3
ปี 2026 ที่กรุงฮานอยในช่วงเช้าวันที่ 9 มิถุนายน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากสายลมแห่งการต่อสู้ สู่สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม

จากสายลมแห่งการต่อสู้ สู่สะพานเชื่อมเศรษฐกิจ: 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม

4 มิถุนายน 2569

พลีธรรม ตริยะเกษม / บรรณาธิการ

จากนักศึกษาธรรมศาสตร์ผู้ลุกขึ้นต่อต้านสงครามเวียดนาม พีรพล ตริยะเกษม ก้าวสู่บทบาทฟันเฟืองลับหลังการทูต ช่วยปูทางเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนามปี 2519 ก่อนจะรับบทสะพานเชื่อมทุนไทย–ต่างชาติ บุกเบิกการลงทุนยุค ‘โด่ย เหมย’ แปรสนามรบเป็นสนามการค้า จนวันนี้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นเสือเศรษฐกิจตัวใหม่ของเอเชีย

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน

รัฐบาลเวียดนามเร่งสร้างผู้นำเยาวชนดิจิทัล ผ่านการอบรมเข้มข้น 30 วัน

12 กรกฎาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

รัฐบาลเวียดนามได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนในยุคดิจิทัล ผ่านโครงการอบรมเข้มข้น 30 วัน ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 2,700 คน จากเจ้าหน้าที่สหภาพเยาวชน สมาคม และเยาวชนผู้บุกเบิกทั่วประเทศ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำคัญเพื่อสร้างผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคต

‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้

‘ทรัมป์’ เก็บภาษีนำเข้ารถ 25% กระทบลูกโซ่ ไทย - อาเซียน เสี่ยงถูกภาษีตอบโต้

31 มีนาคม 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

ทำเนียบขาวประกาศมาตรการเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างชาติ 25% มีผล 3 เม.ย.นี้ อ้างปกป้องความมั่นคงอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ส่อส่งผลกระทบลูกโซ่ถึงภูมิภาคอาเซียน ไทยเสี่ยง เพราะส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐฯ สูงถึง 1.9 พันล้านดอลลาร์

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ วิสัยทัศน์ด้านการศึกษาระยะยาวของเวียดนาม

27 มิถุนายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กฎหมายสำหรับครูอาจารย์ที่ได้รับการอนุมัติในการประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 9 สมัยที่ 15 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนไม่เพียงแต่เป็นความก้าวหน้าของกระบวนการปรับปรุงระเบียบกลไกเท่านั้น หากยังเป็นการยืนยันว่า การศึกษายังคงเป็นด้านที่เวียดนามให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆในยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก