ผลกระทบจากอัตราค่าขนส่งทางทะเลแดงและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมตู้คอนเทนเนอร์และ SMEs ไทย

ผลกระทบจากอัตราค่าขนส่งทางทะเลแดงและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ต่ออุตสาหกรรมตู้คอนเทนเนอร์และ SMEs ไทย

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

สรุปประเด็น

  • ความตึงเครียดในทะเลแดงทำให้ค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

  • SMEs ไทยได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น

  • ภาครัฐและ Maersk กำลังรับมือด้วยมาตรการช่วยเหลือและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าปลายทาง

สถานการณ์ความตึงเครียดในทะเลแดงและตะวันออกกลางกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลทั่วโลก ดันค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์พุ่งสูงขึ้นเป็นลูกโซ่ถึงไทย ทำให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs ไทย เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจอย่างหนัก ทั้งค่าพลังงานและวัตถุดิบ กระทรวงพาณิชย์ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งหามาตรการช่วยเหลือ ขณะที่บริษัทเดินเรือรายใหญ่อย่าง Maersk เริ่มส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสู่ลูกค้า คาดราคาสินค้าปลายทางปรับขึ้น กระทบกำลังซื้อและเศรษฐกิจโดยรวม

สถานการณ์ความตึงเครียดในเส้นทางทะเลแดงและภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เขย่าอุตสาหกรรมการขนส่งทางทะเลทั่วโลกอย่างหนัก ส่งผลให้ค่าระวางเรือ โดยเฉพาะตู้คอนเทนเนอร์ประเภทต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แรงกระเพื่อมนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เส้นทางเดินเรือหลักเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการขนส่งสินค้าทั่วโลก

ผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าวได้ส่งผ่านเป็นลูกโซ่มาถึงภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในด้านต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทบไปถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจัยสี่ และภาคการเกษตรที่ต้องเผชิญกับปัญหาราคาปุ๋ยและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กำลังซื้อจากต่างประเทศมีแนวโน้มลดลง สร้างความท้าทายให้กับผู้ประกอบการไทยในหลายภาคส่วน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ไทย กำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงจากราคาพลังงานและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายกิจการอยู่ในภาวะเปราะบาง กระทรวงพาณิชย์ ตระหนักถึงปัญหานี้และได้ริเริ่มโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มรายได้ SME ไทย” เพื่อบรรเทาผลกระทบ ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังก็กำลังเผชิญกับโจทย์สำคัญในการประคอง SMEs ที่ใกล้จะล้มละลาย ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์

ในระดับโลก บริษัทเดินเรือและโลจิสติกส์รายใหญ่อย่าง Maersk ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบที่อาจรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี และเตรียมส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ให้กับลูกค้า ทำให้ราคาสินค้าปลายทางมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจอื่นๆ ในห่วงโซ่อุปทานเป็นลำดับถัดไป

แม้จะมีความท้าทาย แต่ภาคการส่งออกของไทยก็เริ่มมีการปรับตัว โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตะวันออกกลางที่มีการปรับรูปแบบการขนส่งเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางทะเลแดง ทำให้การส่งออกในบางส่วนมีการฟื้นตัวเล็กน้อยจากการหาเส้นทางและวิธีการขนส่งใหม่ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ยังคงเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับความยืดหยุ่นและการปรับตัวของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ต้องเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนและต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและมาตรการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเพื่อประคองให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs

ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะ SMEs

10 มีนาคม 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

วิกฤตตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงจนถึงระดับ "Code RED" ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกและเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ทำให้ SMEs ไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

สงครามการค้าเปลี่ยนโลก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวทางปรับตัว

22 กันยายน 2568

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

การสัมมนา BOT Symposium 2025 ได้สะท้อนภาพผลกระทบของสงครามการค้าและนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์การค้าระหว่างประเทศอย่างสิ้นเชิง พร้อมชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และเสนอแนวทางการปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายในและเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

กนง. ลดดอกเบี้ยสู่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณเตือน 6 เรื่อง ที่นักธุรกิจไม่ควรมองข้าม

กนง. ลดดอกเบี้ยสู่ 1.00% พร้อมส่งสัญญาณเตือน 6 เรื่อง ที่นักธุรกิจไม่ควรมองข้าม

26 กุมภาพันธ์ 2569

Business Leader / กองบรรณาธิการ THE LEADERS

กนง. ตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 1.00% ต่อปี ในแง่หนึ่งคือสัญญาณผ่อนคลาย แต่เบื้องหลังตัวเลขดอกเบี้ยที่ลดลง 0.25% มีสัญญาณเตือน 6 เรื่องที่ กนง. ส่งมาถึงนักธุรกิจโดยตรง ตั้งแต่สินเชื่อที่ยังไม่ไหลถึงมือ SMEs บาทที่แข็งเกินพื้นฐาน กำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ