
IMF เตือนเศรษฐกิจโลกเสี่ยงหนัก หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ น้ำมันอาจพุ่ง 125 ดอลลาร์
5 พฤษภาคม 2569
สำนักข่าวซินหัว
สรุปประเด็น
-
IMF เตือนสงครามยืดเยื้ออาจดันน้ำมันแตะ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
-
เงินเฟ้อโลกเสี่ยงหลุดกรอบ ขณะเศรษฐกิจชะลอลงเหลือเพียง 2–2.5%
-
ฉากทัศน์เลวร้ายสะท้อนความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า
นิวยอร์ก, 5 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.) คริสตาลินา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจเผชิญ "ผลพวงที่เลวร้ายกว่าเดิมมาก" หากสงครามในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อจนถึงปี 2027 โดยราคาน้ำมันจะพุ่งสูงถึงราว 125 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,100 บาท) ต่อบาร์เรล อัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงขึ้นจนอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์เริ่มหลุดจากเป้าหมายควบคุมอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง
จอร์จีวา ซึ่งเข้าร่วมการประชุมของสถาบันมิลเคนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ กล่าวว่าสภาพการณ์ปัจจุบัน รวมถึงความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ที่หรือสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,300 บาท) ต่อบาร์เรลแล้ว พร้อมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กองทุนฯ ออกมาเตือน "ฉากทัศน์ที่เลวร้าย" (adverse scenario)
เมื่อเดือนเมษายน กองทุนฯ เผยแพร่ "ฉากทัศน์" สำหรับการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ทั่วโลกในปี 2026-2027 จำนวน 3 รูปแบบ ได้แก่ "การคาดการณ์อ้างอิง" (reference forecast) "ฉากทัศน์ที่เลวร้าย" และ "ฉากทัศน์ที่รุนแรง" (severe scenario) ซึ่งเลวร้ายมากขึ้น
สำหรับ "ฉากทัศน์ที่เลวร้าย" ประเมินว่าการเติบโตทั่วโลกจะชะลอตัวอยู่ที่ร้อยละ 2.5 ในปี 2026 พร้อมอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.4 ส่วน "การคาดการณ์อ้างอิง" ซึ่งสมมติว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นในระยะสั้น ประเมินว่าการเติบโตทั่วโลกจะอยู่ที่ร้อยละ 3.1 พร้อมอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 4.4 ขณะ "ฉากทัศน์ที่รุนแรง" ประเมินว่าการเติบโตทั่วโลกจะอยู่ที่เพียงร้อยละ 2 และอัตราเงินเฟ้อจะพุ่งสูงถึงร้อยละ 5.8






